ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวสายสัญญาณเสียง 6 แนวทางตรวจตราคุณภาพสายสัญญาณเสียง คลิกเลย  (อ่าน 13 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

11-10-2018 , 08:17:09
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1762
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

6 แนวทางวิเคราะห์คุณภาพสายสัญญาณเสียง
สายสัญญาณเสียง คือเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับเชื่อมต่อเครื่องเสียงกับเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออก ณ เครื่องเสียง ช่วยทำให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้
ปัจจุบัน เราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วไปตามร้านค้าขายเครื่องใช้กระแสไฟฟ้ารวมทั้งเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีสินค้าหลายรุ่น หลายแบรนด์ให้พวกเราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายแบรนด์ ทำให้ท่านภาพของสินค้ามีความแตกต่างกันด้วย ถ้าพวกเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ก็ดีไป แม้กระนั้นถ้าเกิดพวกเราเผลอไปซื้อสาย audio cable ที่ไม่ได้คุณภาพมาใช้งานเข้า ก็จะต้องเจอกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ ทั้งเสียงไม่ออก คุณภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้แรงงานสั้น ใช้ไปได้ไม่เท่าไรก็เสียแล้ว ทั้งสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นสินค้าที่ไม่บางทีอาจประเมินประสิทธิภาพด้วยราคาได้ เนื่องจากว่าไม่ว่าจะเป็นสินค้าราคาไม่แพงหรือผลิตภัณฑ์ราคาแพง ต่างก็มีทั้งยังคุณภาพดี คุณภาพแย่ และปัญหาในตนเองคละเคล้ากันไป ฉะนั้น พวกเราก็เลยควรต้องมีวิธีการเบื้องต้นสำหรับสำรวจคุณภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อให้สามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ต่อไป
.

.
การวิเคราะห์ประสิทธิภาพ สายสัญญาณเสียง พวกเราสามารถทำได้ 6 วิธีดังนี้
1. ตรวจสอบความแข็ง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นสิ่งแรกที่พวกเราสามารถวิเคราะห์ด้วยตนเองได้ รวมทั้งควรเช็คเป็นอย่างแรก เนื่องมาจากสายสัญญาณเสียงในตอนนี้มีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งแรงแล้วก็ความอ่อนแตกต่างกัน โดยทั่วไป สายสัญญาณเสียงที่แพงถูกมักจะมีสายค่อนข้างแข็ง ในขณะสายสัญญาณเสียงราคาสูงๆมักจะมีสายอ่อน ข้อเสนอแนะเป็น ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเกินไป เนื่องจากจะไม่อาจจะพับสายได้ ถ้าเกิดพับ ม้วนเก็บสายย่อมก่อปัญหา ในเวลาเดียวกันก็ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเกินความจำเป็น เนื่องจากยิ่งอ่อนนิ่มมาก สายก็จะยิ่งเปราะบาง เมื่อเอาไปใช้งานเป็นประจำย่อมมีความเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้ง่ายๆสาย audio cableที่ดีเยี่ยมที่สุด ควรจะเป็นสายที่อ่อนพอจะสามารถพับได้อย่างไม่เกิดการเสียหาย แม้กระนั้นในขณะเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่มีการฉีกจนขาด แม้พวกเราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะแบบนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. ตรวจสอบสิ่งของที่ใช้ทำหัวสายว่าเป็นยังไง สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาจำหน่ายในตอนนี้นั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 จำพวกใหญ่ๆสำหรับในการทำหัวสาย ดังเช่น ทองสัมฤทธิ์ และก็อลูมิเนียม ขอชี้แนะว่าควรเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองสัมฤทธิ์จะดีมากยิ่งกว่า เพราะว่าเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดียิ่งไปกว่าอลูมิเนียม ไม่ค่อยมีปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้จะเสียบสายไม่แน่นก็ตาม ในตอนที่อลูมินัม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก ถ้าเกิดทิ่มไม่แน่นจะไม่สามารถนำสัญญาณเสียงได้ ยิ่งไปกว่านี้ ทองเหลืองยังเป็นโลหะที่มีความคงทนสูง แก่การใช้งานช้านาน ไม่ค่อยพบเจอกับปัญหาเรื่องการหัก หรือการโค้งงอผิดรูป ในเวลาที่สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมิเนียมนั้นต้องใช้งานอย่างรอบคอบ ถ้าไม่ทะนุถนอม หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันรวดเร็ว
3. ตรวจสอบการยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าเป็นยังไง มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีไหม โดยธรรมดาสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับหงุดหงิดบได้อย่างสนิท ตอนที่สายสัญญาณเสียงคุณภาพไม่ดีมักยึดส่วนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำเพียงแค่เอาสายสอดเข้าไปในหัวแบบมิได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากอารมณ์เสียบ แล้วก็ถ้าหากสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่สามารถที่จะซ่อมแซมได้ จำเป็นต้องทิ้งสิ่งเดียว ด้วยเหตุนี้สำหรับในการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง พวกเราจึงต้องตรวจสอบจุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. วิเคราะห์ความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวเท่าใด โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี ต้องมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 เซนติเมตร เนื่องจากเป็นความยาวที่สมควรสำหรับเพื่อการแทงเข้ากับวัสดุอุปกรณ์ต่างๆได้โดยไม่มีการคลอนหรือหลวม ทั้งยังทิ่มได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา แม้เป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะหงุดหงิดบสั้นเกินไป จะไม่สามารถที่จะแทงกับอุปกรณ์ได้ เกิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นช่วงๆจำต้องคอยพยุงไว้ ส่วนถ้าโลหะที่ศีรษะเสียบมีความยาวมากเกินไป เมื่อทิ่มกับเครื่องใช้ไม้สอยจะทำให้มีโลหะเล็กน้อยโผล่ขึ้นมา หากเผลอไปชนเข้าอาจจะทำให้สายเกิดการหักได้
5. พิจารณาความยาวของสายไฟว่ามีมากมายน้อยเท่าใด ข้อนี้ถึงแม้จะมิได้มีผลต่อคุณภาพการใช้แรงงานโดยตรง แต่ว่าก็สำคัญ เพราะการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวพอเพียงต่อการใช้งาน จะช่วยให้สามารถต่อวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่กำเนิดปัญหาสายตึงรั้งเกินความจำเป็นจนกระทั่งมีความเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนยานเกินไปจนถึงกำเนิดความรู้สึกเกะกะ ซึ่งความยาวที่เหมาะสมของสายไฟขึ้นกับการใช้งานของเราว่าคืออะไร ถ้าเป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับทิ่มอุปกรณ์เครื่องเสียงในรถ หรือลำโพงทั่วไป ต้องมีความยาวอยู่ที่ 30-60 เซนติเมตร ส่วนถ้าเกิดเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ จำต้องลากสายยาวๆก็ควรจะมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. ตรวจตรายี่ห้อของสาย ส่วนแบรนด์นี้ก็นับว่ามีความสำคัญไม่แพ้กันสำหรับการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรที่จะทำการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่ทำขึ้นโดยยี่ห้ออันเป็นที่รู้จัก หลีกเลี่ยงสินค้าจากยี่ห้อแปลกๆหรือสินค้าโนเนม เนื่องจากชอบเป็นสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ ได้โอกาสพังเสียหายได้ง่าย
การเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้ประสิทธิภาพถือเป็นเรื่องที่เราจะต้องให้ความใส่ใจ เพื่อให้การเชื่อมต่อเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีคุณภาพ ได้การเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
ที่มา
บทความสายสัญญาณเสียง : https://www.dotlife.store/cable/audio-cable.html, dotlife
รีวิวสายสัญญาณเสียงจาก Pantip: www.pantip.com

Tags : สายสัญญาณเสียง,สายสัญญาณเสียง ราคา,สาย audio cable