ผู้เขียน หัวข้อ: สรุปทุกสิ่งก่อน iPhone X เปิดตัว สเปค ราคา วันจำหน่ายที่น่าจะเป็น  (อ่าน 8 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

12-07-2018 , 13:52:55
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 31471
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


สรุปทุกสิ่งก่อน iPhone X เปิดตัว สเปค ราคา วันจำหน่ายที่น่าจะเป็น

สนับสนุนเนื้อหา



อีกประมาณ 1 วัน ทั่วโลกจะได้ทราบกันเสียทีว่า iPhone รุ่นใหม่ จะมีหน้าตา สเปค ราคา และวันจำหน่ายเป็นอย่างไร หลังจากข่าวคราวและภาพกระหน่ำหลุดมาแบบไว้เว้นแต่ละวัน แต่ก่อนจะถึงช่วงเที่ยงคืนของวันที่ 12 กันยายน นี้ aripfan ได้สรุปข้อมูลที่น่าจะเป็นของ iPhone X ที่ว่ากันว่าจะเป็นรุ่น Limited Edition มาให้ทุกท่านได้เชิญชมกันก่อนจะไปร่วมลุ้นการเปิดตัวครับ
ชื่อที่แท้จริง ?
ความสนใจของการเปิดตัว iPhone ในปีนี้พุ่งไปที่ iPhone X มากกว่ารุ่นอัพเกรด iPhone 7 ซึ่งหลายสื่อในต่างประเทศต่างแสดงท่าทีมั่นใจว่า Apple จะแสดงผลิตภัณฑ์สุดพิเศษเพื่อตอบรับกับการก้าวสู่ปีที่ 11 อย่างยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ตามชื่อ iPhone X ยังไม่มีสิ่งใดมาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า Apple จะเลือกใช้ชื่อ iPhone X จริงๆ ขณะเดียวกันสื่อต่างประเทศบางรายกลับมองว่าชื่อ iPhone Pro มีแนวโน้มเกิดขึ้นได้เช่นกัน เพื่อให้สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์อย่าง iPad กับ iPad Pro
ดีไซน์จะเป็นอย่างไร
ในยุค Tim Cook ถูกตั้งคำถามมากมายถึงดีไซน์ของ iPhone ที่คงหน้าตาเดิมๆ ปล่อยให้สมาร์ทโฟน Android หลายรายแซงหน้าไปแล้ว ดังนั้นในด้านดีไซน์หรือการออกแบบจะเป็นจุดที่จะถูกพัฒนาใหม่เพื่อแสดงความเปลี่ยนแปลงให้เห็นเด่นชัดที่สุด

จอ OLED จะถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกแทนจอ TFT-LCD ที่มีความยืดหยุ่น ทนทานกว่า ให้การแสดงผลที่มีประสิทธิภาพ มีความคมชัด และประหยัดพลังงานด้วยความละเอียดที่มีการวิเคราะห์ว่าจะอยู่ที่ประมาณ  2,436 x 1,125 พิกเซล ภายใต้ขนาดที่ยังไม่แน่ชัดว่าจะออกมาที่ขนาด 5.1, 5.2 หรือ 5.8 นิ้ว นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มที่ Apple จะใช้ดีไซน์แบบ “edge-to-edge” หรือใช้พื้นที่จอแสดงผลแบบเต็มพื้นที่ด้านหน้า กินพื้นที่มาถึงบริเวณปุ่มโฮม และนั่นหมายปุ่มโฮมที่อาจต้องโยกย้ายหรือถูกเปลี่ยนไปใช้งานในรูปแบบอื่นๆ แทน รวมไปถึงบริเวณกล้องหน้าที่จะถูกลดพื้นที่ลง เพื่อหลีกให้กับพื้นที่จอแสดงผลที่มากขึ้น
ขณะที่ตัวเครื่องด้านหลังจะใช้กระจกเป็นวัสดุหลักแทนอลูมิเนียมที่ใช้อยู่ใน iPhone 6, 6s และ 7 ส่วนบริเวณขอบทั้งสี่ด้านใช้อลูมิเนียมเพียงเล็กน้อย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดีไซน์นอกจากการแสดงจุดยืนเรื่องความทันสมัยแล้ว ยังเป็นการแสดงออกถึงการเป็นสมาร์ตโฟนที่เสมือนเครื่องประดับอันหรูหรา
คุณสมบัติใหม่ที่น่าจะมีเพิ่มขึ้น
นอกจากดีไซน์ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แล้ว การออกแบบภายในยังเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องพัฒนาให้สอดคล้องกันด้วย ซึ่ง iOS 11 เป็นที่แน่นอนว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุดที่ถูกนำมาใช้ใน iPhone X ทันที หลังจากเปิดตัวในงาน WWDC 2017 เมื่อเดือนมิถุนายน

Touch ID แบบใหม่ : สืบเนื่องจากการพัฒนาดีไซน์จอแสดงผลแบบ edge-to-edge หรือการใช้งานพื้นที่จอแสดงผลมากขึ้น ทำให้ปุ่มโฮมแบบเดิมที่อยู่คู่กับ iPhone มาช้านานจำเป็นต้องปรับรูปแบบการใช้งานใหม่ ซึ่งสื่อต่างประเทศเชื่อว่ามีแนวโน้มที่ Apple จะ Virtual button หรือปุ่มโฮมแบบสัมผัส พร้อมพัฒนาให้รองรับการสแกนลายนิ้วมือได้ในตัว อย่างไรก็ตามก็มีสื่อบางรายที่เห็นต่างว่า เทคนิคสแกนลายนิ้วมือบนจอแสดงผลยังเร็วเกินไปที่จะนำมาใช้จริง เป็นผลมาจากข้อจำกัดที่ Apple พบในการทดลองใช้ Touch ID ใต้จอแสดงผล OLED อาทิ จอแสดงผลแบบเต็มพื้นที่ไม่รองรับการจดจำลายนิ้วมือแบบที่ปฏิบัติอยู่ทุกวันนี้, ปัญหาทางเทคนิคของแผง OLED ที่ทำให้ประสิทธิภาพของการสแกนลายนิ้วมือลดลง เป็นต้น ซึ่งข้อมูลที่ยังไม่ยืนยันและเสียงแตกออกเป็นสองฝ่าย น่าคิดไม่น้อยว่าสุดท้ายแล้วจุดที่ลงตัวที่สุดของปุ่มโฮมบน iPhone X จะออกมาในรูปแบบใด













Advertisement

3D sensing : เป็นอีกทางเลือกของการใช้เทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยเพิ่มความปลอดภัย เป็นรูปแบบของระบบที่ใช้ไบโอเมตริกซ์แบบใหม่ ด้วยการจดจำใบหน้าแบบ 3 มิติ หรือหากจะกล่าวเป็นภาษาชาวบ้านง่ายๆ ก็หมายถึง ระบบสแกนใบหน้านั่นเอง
Wireless Charging : ต้องบอกว่าเทคโนโลยี Wireless Charging หรือชาร์จไร้สายไม่ใช่ของใหม่ ในวงการโทรคมนาคมมีค่ายสมาร์ตโฟนเริ่มมาหันมาใช้กันเป็นเวลาหลายปีแล้ว แต่ Apple กลับยังไม่เลือกที่จะนำมาใช้ร่วมกับ iPhone อย่างไรก็ดีใน iPhone X มีแนวโน้มพอสมควรที่เทคโนโลยีชาร์จไร้สายจะถูกนำมาใช้เสียที ซึ่งก็แน่นอนว่าระดับ Apple ต้องทำอะไรที่เหนือกว่าคู่แข่งอยู่แล้ว
คิดว่ามาแน่ !
กล้องหลังคู่ แนวตั้ง : ภาพและคลิปวีดีโอที่อ้างว่าเป็น iPhone X ที่แพร่สะพัดอยู่บนโลกออนไลน์เวลานี้ ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่ากล้องหลังคู่ที่เดิมทีใน iPhone 7 Plus เป็นแบบแนวตั้ง แต่ในปีนี้จะปรับมาเป็นแนวตั้งแทน ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่สามารถอธิบายได้ชัดเจนว่า การพัฒนากล้องหลังคู่ แนวตั้ง จะมีผลหรือประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างไรต่อการถ่ายภาพและบันทึกวีดีโอ

AR : อย่างที่ Apple ได้สาธิตการใช้งานเทคโนโลยี AR ในงาน WWDC 2017 ด้วยอุปกรณ์ iOS ผ่านระบบปฏิบัติการ iOS 11 ที่มีแพลตฟอร์ม ARKit รวมอยู่ด้วย เป็นการจำลองภาพเสมือนจริงให้ซ้อนทับกับโลกแห่งความเป็นจริง เพื่อการจำลองที่ตั้งเฟอร์นิเจอร์, การบอกเส้นทาง ไปจนถึงการเล่นเกม ซึ่งเทคโนโลยีนี้คาดว่าจะมีส่วนสอดคล้องกับกล้องหลังคู่ แนวตั้งด้วย แต่จะให้ผลลัพธ์อย่างไร ต้องรอติดตามครับ
กันน้ำ : มาตรฐานกันน้ำ กันฝุ่น IP67 ถูกนำมาใช้ใน  iPhone 7 และ 7 Plus มีคุณสมบัติกันน้ำหรือของเหลวในระดับความลึกไม่เกิน 1 เมตร ในระยะเวลา 30 นาที ไม่สามารถใช้ถ่ายภาพใต้น้ำได้ แต่ใน iPhone 8 มาตรฐานกันน้ำ กันฝุ่นจะถูกยกระดับขึ้นอีกหนึ่งขั้นมาใช้ IP68 ที่มีความทนทนต่อฝุ่น และอยู่ในน้ำในระดับความลึก 1.5 เมตร นาน 30 นาที เทียบเท่า Samsung Galaxy S8
ชิปประมวลผลใหม่ : ชิปประมวลผล A11 คงไม่ใช่เรื่องที่เซอร์ไพรส์นัก เพราะเชื่อว่า Apple คงแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพทั้งด้านความเร็ว การประมวลผล ไปจนถึงการทำงานด้านกราฟิกที่ดีกว่าทุกรุ่นที่ผ่านมา
Siri จะฉลาดขึ้น : แนวโน้มเทคโนโลยีในอนาคตเชื่อกันว่า Artificial Intelligence หรือ AI จะเข้ามามีบทบาททั้งในชีวิตประจำวันและในทุกๆ อุตสาหกรรม โดย Apple เองก็มองเห็นความสำคัญในจุดนี้เช่นกัน และได้พัฒนา Siri มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี ซึ่งในปัจจุบัน Siri มีพัฒนาการในการรับคำสั่งเสียง พร้อมแสดงรายละเอียดของสิ่งที่เราต้องการได้หลากหลายมากขึ้น จนเปรียบเสมือนเลขาส่วนตัวที่ต้องมีไว้ใช้งาน สำหรับในอนาคตอันใกล้นี้ Siri จะยิ่งมีความสามารถเพิ่มมากขึ้น เป็นทั้งผู้ให้คำตอบและสามารถแนะนำทางเลือกที่ดีที่สุดให้ผู้ใช้ได้
สี
สีดำ Jet Black ยังคงถูกวางให้เป็นสีตั้งต้นใน iPhone X เนื่องจากการประเดิมสีนี้ใน iPhone 7 และ 7 Plus ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม ส่วนสองสีที่คาดกันว่าจะมาพร้อมกันในคราวเดียว ได้แก่ สีขาว และสีทองแดง หรือ “Blush Gold ” แต่จะมีสีอื่นๆ เพิ่มเติมขึ้นมาด้วยหรือไม่นั้น ต้องติดตามในวันแถลงเปิดตัวครับ

ราคา
iPhone X ที่มีการเปลี่ยนแปลงแบบชุดใหญ่ จัดว่าเป็นรุ่น Limited Edition ซึ่งสื่อในต่างประเทศล้วนวิเคราะห์เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าจะมีราคามากกว่า 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 33,000 บาท ซึ่งราคานี้เป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากการใช้วัสดุที่มีราคาแพงขึ้นและเทคโนโลยีขั้นสูง รวมไปถึงกระบวนการผลิตที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
วันวางจำหน่าย
หลังจาการเปิดตัวในวันที่ 12 กันยายน นี้ ตามกระแสข่าวในตอนนี้ระบุว่า Apple จะเริ่มเปิดให้จองครั้งแรกในวันที 15 กันยายน พร้อมเปิดขายอย่างเป็นทางการสำหรับประเทศกลุ่มแรกในอีกหนึ่งสัปดาห์ถัดมา หรือประมาณวันที่ 22 กันยายน ส่วนการเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทย คาดว่าจะอยู่ในช่วงปลายเดือนตุลาคม
ปิดท้าย…
ในงานวันที่ 12 กันยายน นี้ นอกจาก iPhone X ยังมีรุ่นอัพเกรดจาก iPhone 7 อีกสองรุ่น นั่นคือ iPhone 7s และ iPhone 7s Plus แต่เมื่อเร็วๆ นี้มีการค้นพบโค้ดภายใน iOS 11 เวอร์ชั่น GM ล่าสุด ปรากฏว่ามีการระบุชื่อของ “iPhone 8” เข้ามาด้วย ทำให้ในตอนนี้ทิศทางของการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ น่าจะมีทั้ง iPhone X, iPhone 8 และ iPhone 8 Plus
อ่านลายละเอียดเพิ่มเติม ไอโฟน 8 ทั้งหมด >>> http://hitech.sanook.com/1433941/



Tags :  กล้องดิจิตอล, How to