ผู้เขียน หัวข้อ: กรณีที่คุณพ่อมารดรต้องรู้ ก่อนให้เลือดเนื้อเชื้อไขนั่งคาร์ซีทในรถ  (อ่าน 1 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

14-02-2018 , 19:14:23
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 23834
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

 

เตี่ยมาตาเริ่มหัดหลายคนคงเป็นทุกข์ใจ โอกาสที่จะพาเจ้าตัวน้อยขึ้นรถใช่มั้ยหล่ะ หลายครั้งคุณแม่อาจกังวลว่าเข็มขัดนิรภัยจะแน่นเกินไป ทำให้ลูกน้อยไม่สบายตัวหรือไม่เป็นอันตราย ไม่ก็กังวลไปต่างๆ นานาว่า คาร์ซีท หรือ เบาะนั่งเด็กในรถ จะดีกับลูกน้อยไหม จะรักษาอุบัติเหตุได้จริงหรือ ซึ่งการเอ็นดูนั้นเป็นเรื่องปกติครับ เพราะหากคุณแม่คาดเข็มขัดให้ลูกผิดตำแหน่ง คงจะส่งผลต่อเส้นโลหิตของลูกจนเป็นรุนแรงได้ ฉะนั้น การที่คุณพิจารณาระวางเข็มขัด ระวางที่นั่งของลูกทุกครั้งเป็นการดีครับ นอกจากข้อเอ็นดูด้านบนแล้ว มาดูกันครับว่ามีกรรมวิธีการใช้ คาร์ซีท ข้อไหนบ้างที่เธอพึงระวัง

1. ตั้งคาร์ซีท ไม่ดี ข้อแรกที่สัมผัสรู้ก่อนเลยตกว่า ขนาดของคาร์ซีทที่เราซื้อหามานั้น เหมาะสมกับเบาะรถรึเปล่า กับต้องทำการจัดตั้งส่งมอบควรด้วย ก็เพราะว่าคาร์ซีทมีทั้งแบบหันหน้าและหันหลัง หากคาร์ซีทเป็นพรรณไหน ควรติดตั้งทิศทางให้ถูกต้อง นอกจากนี้ ควรตรวจหาดูสายคาดให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะ เป็นได้ล็อคได้เหนียวแน่น ผิมาตุรงค์เห็นว่าคาร์ซีทมีความปกติไม่ก็ได้ยินเสียงแปลกๆ ชอบนำคาร์ซีทไปซ่อมหรือว่าเปลี่ยนใหม่ ไม่ควรให้สายเลือดใช้ต่อไปครับ หากอยู่ในประกัน ช่างจะซ่อมแซมแบ่งออกให้เปล่าครับ

2. ใช้คืนสายคาดผิดแนว สายลับคาดไม่พึงปล่อยปละละเลยหรือไม่รัดตึงเกินควร ป๊ะป๋าคุณแม่เชี่ยวชาญวัดใจสายคาดโดยจับสายคาดให้ตึง ต่อจากนั้นใช้นิ้วจิ้มดู ถ้าสายบุ๋มลงมาก โชว์ว่าหลวมเกินพอดี เกี่ยวกับคาร์ซีทแบบอย่างหันหลัง แถวควรอยู่ที่ฐานะใช่ไหมอยู่ใต้อังสาของลูกเล็กน้อย สมมุติเป็นคาร์ซีทแบบผินหน้า สายคาดควรจะอยู่ฐานะเดียวกับเหรอดีกว่าไหล่ของลูกฮะ

3. แจกบุตรนั่งหันหน้าทันทีเกินพอดี บิดรมาดาหลายคนคงจะเคยได้ยินมาว่า ช่วงขวบปีแรกถูกต้องให้ลูกนั่งหันหลัง จนถึงลูกจะน้ำหนัก 9-10 กิโล ถึงจะให้นั่งเบือนหน้า ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผิด โดยองค์กรกุมารแพทย์แห่งสหรัฐฯชี้นำว่า ควรให้ลูกหันหลังจนกว่าจะ 2 ขวบ กับหากเป็นไปได้การดำรงตำแหน่งแบบหันหลังนั้นสถิร ด้วยกันพอที่ให้ลูกนั่งหันหลังให้นานมัตถกเท่าที่จะดำเนินการได้ มาตุรงค์หลายคนอาจเครียดว่าต่างว่าลูกตัวใหญ่ขึ้น กล้าหาญนั่งหันหลังแล้วรู้สึกว่าขาติดกับพนักเบาะรถหรือว่าต้องงอขา แต่จริงๆ แล้วตัวตนของเด็กสมรรถยืดงอได้ดีกว่าผู้ใหญ่ ป๊ะป๋ามาดาไม่ควรทุกข์ใจในข้อนี้ พอลูกโตเกินกว่าขนาดคาร์ซีท แล้วค่อยให้ลูกนั่งหันหน้ากับเบาะปกติธรรมดาก็ไม่แนวเกินไปครับผม

 4. อวยลูกนั่งบูสเตอร์ซีทขวับเกินไป บูสเตอร์ซีท ลงความว่าเบาะรองนั่งของเด็กเนื่องด้วยใช้ในที่รถยนต์ ใช้ด้วยเด็กช่วงชนมพรรษา 3-12 ขวบ (น้ำหนักเด็กประมาณ 15 – 36 กิโลกรัม) มีเจ้าของของซื้อของขายบางเจ้า สั่งสอนว่าเหมาะสมให้ลูกนั่งบูสเตอร์ซีทตั้งแต่ลูกอายุ 3 ขวบ แต่จริงๆ แล้วควรรอให้ลูกความหนักเบาเก็ง 18 กิโลหรืออายุ 4-5 ขวบ พร้อมด้วยลูกอาจนั่งโดยมีล่าช้าคาดพาดผ่านหน้าอกได้รวมหมดทัวร์ กับแพทย์ยังเสนอแนะว่าสายรัดตัวต้นร่าง 5 จุดสถิรกว่าบูสเตอร์ และพ่อแม่ควรใช้สายรัดตัวจะดีกว่า ก็เพราะว่ารอบรู้ดูแลเด็กได้เป็นต่อสายรัดเอวนิรภัยข้าวของเครื่องใช้บูสเตอร์ซีท ก็เพราะว่าสายรัดตัวสมรรถพิทักษ์ลำตัวชั้นบน ลดความเคลื่อนไหวและการโดนบนหัวกับคอลงได้ มหุรดีที่สายรัดเอวนิรภัยดูแลรักษา อาณาบริเวณอุระพร้อมด้วยบั้นท้ายแต่

แน่แท้อยู่ว่าบูรพาจารย์คงอยู่ไม่ศักยป้องกันวิกฤติทุกอย่างที่พร้อมแกล้งลูกได้ อย่างไรก็ตามการที่บิดรมาตุเรศเป็นได้เลือกใช้วัตถุรักษาระวางมีความสามารถได้อย่างถูกทาง ก็นับสดการเพิ่มให้การระแวดระวังภัยให้ลูกได้อีกทางหนึ่งขอรับกระผม
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : เป้อุ้ม

เครดิต : http://www.lottonew.com/webboard/index.php/topic,597170.new.html#new

Tags : คาร์ซีทมือสอง,เปลเด็ก