แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - boevy

หน้า: [1] 2
1


หนุ่มๆ สาวๆ ที่รักสุขภาพฟังกันทางนี้ด่วนๆ เลยค่ะ ในโลกอินเตอร์มีเคล็ดลับสุขภาพที่แชร์ต่อๆ กันมามากมายให้เราได้ลองทำตามกัน ที่น่าตกใจคือหลายเรื่องไม่ใช่เรื่องจริง ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ แถมบางเรื่องยังส่งผลเสียต่อสุขภาพเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ลองดู 5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการรักษาสุขภาพเหล่านี้ดูสิ เชื่อเถอะว่าคุณต้องเคยอ่านเจอที่ไหนมาแล้วแน่ๆ

 
ufabet
ยิ่งดีท็อกซ์ ยิ่งช่วยลดน้ำหนัก
มีสูตรดีท็อกซ์อยู่มากมายในอินเตอร์เน็ต กินแล้วจะช่วยล้างสิ่งสกปรกต่างๆ ที่ตกค้างอยู่ในร่างกายออกไปจนหมด คงเหลือไว้แต่อวัยวะภายในที่สะอาด สุขภาพดี แต่อันที่จริงแล้วเรากำลังใช้คำว่า “ดีท็อกซ์” กันอย่างผิดๆ เราจะดีท็อกซ์ก็ต่อเมื่อเราได้รับสารพิษอันตรายเข้าไป แล้วเราพยายามนำสารพิษนั้นออกมาจากร่างกาย นั่นต่างหากที่เป็นความหมายที่แท้จริงของดีท็อกซ์

การดื่มน้ำมะนาว น้ำผึ้ง หรืออะไรก็แล้วที่เป็นสูตรดีท็อกซ์ ล้างลำไส้ต่างๆ ช่วยแค่เรื่องของการขับถ่ายที่ดีขึ้นเท่านั้น ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นน้ำหนักที่ลดลงในชั่วคราวหลังการขับถ่าย ไม่ใช่การลดน้ำหนักที่ยั่งยืน หากอยากดีท็อกซ์ร่างกายจริงๆ ไม่ใช่เพื่อลดน้ำหนัก สามารถทำได้ง่ายๆ โดยการทานผักผลไม้ที่มีกากใยอาหารมากขึ้น ดื่มน้ำให้มากขึ้น และลดการทานคาร์โบไฮเดรต และไขมันที่ไม่ดี เท่านี้ก็ทำให้อวัยวะภายในของคุณมีสุขภาพดีขึ้นได้

 

ผักผลไม้ปั่น ทานแทนมื้ออาหารได้เลยufabet
ใครที่กำลังลดน้ำหนักคงวิ่งไปซื้อเครื่องปั่นมาใช้ที่บ้านกันมากขึ้น หวังว่าจะปั่นสารพัดผักผลไม้ดื่มเพื่อสุขภาพเก๋ๆ ทานเป็นเครื่องดื่มก็โอเคอยู่หรอก แต่หากคิดจะปั่นผักผลไม้ทานแทนมื้ออาหารปกติ อย่าเลยดีกว่า เพราะแม้ว่าผักผลไม้จะเต็มไปด้วยเกลือแร่และวิตามินที่ดีต่อร่างกายมากเพียงใด แต่ไม่สามารถแทนอาหารมื้อหลักได้เลย เพราะมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายไม่เพียงพอ หรือพูดง่ายๆ ว่าไม่ครบ 5 หมู่นั่นเอง

นอกจากนี้การทานผักผลไม้ปั่นแบบแยกกาก ยิ่งไม่ได้ดีต่อสุขภาพอย่างที่คิด เพราะสิ่งที่มีประโยชน์อยู่ในกากใยอาหารที่คุณแยกออกไป รวมไปถึงเกลือแร่ และวิตามินที่มีประโยชน์บางชนิดจะอยู่ที่กากใยอาหารเหล่านั้นด้วย ที่คุณดื่มเข้าไปเพียวๆ อาจจะเป็นเศษเสี้ยววิตามิน และน้ำตาลเพียวๆ จากผลไม้ชนิดนั้นๆ ดังนั้นครั้งหน้าอย่าแยกกากออกจะดีกว่า

 

นับแคลอรี่ให้ได้เป๊ะๆ อย่าให้เกินกว่าพลังงานที่ใช้ในแต่ละวัน
การนับแคลอรี่อาจได้ผลกับหลายๆ คน แต่ก็ไม่ใช่ทุกคน นักโภชนาการบอกไว้ว่าการนับแคลอรี่เป็นวิธีที่ล้าหลัง เพราะจริงๆ แล้วสิ่งที่สำคัญไปกว่าจำนวนแคลอรี่ คือการจำกัดปริมาณสารอาหารที่เราทานอย่างสมดุลมากกว่า ไม่ใช่เอะอะๆ ก็ตัดสินอาหารจานนั้นจากจำนวนแคลอรี่


หากเราพิจารณาว่าอาหารจานนั้นมีคุณประโยชน์เต็มๆ มีครบ 5 หมู่ มีกากใยอาหารที่เพียงพอและเหมาะสม มีไขมันดี ไม่มีไขมันที่ทำร้ายร่างกาย สัดส่วนของคาร์โบไฮเดรตสมดุลกับโปรตีน และขนาดของมื้ออาหารไม่มากจนเกินไป เท่านี้คุณก็ตักเข้าปากได้เลยโดยไม่ต้องกังวล

 

อาหารเสริม และวิตามินเสริมสำคัญufabet
อาหารเสริม และวิตามินในรูปแบบของเม็ด ไม่ได้สำคัญต่อร่างกายของเรามากขนาดที่ต้องไปหาซื้อมาทานทุกคน สารอาหารต่างๆ เราสามารถหาได้จากอาหารจริงๆ เช่น หากอยากได้วิตามินซี สามารถทานมะเขือเทศ ส้ม ฝรั่ง หรือหากอยากได้ธาตุเหล็ก สามารถหาทานได้จากเนื้อสัตว์ ไข่ ตับ และผักใบเขียวได้

หรือแม้กระทั่งวิตามินที่ช่วยเรื่องความสวยความงาม และสมองอย่างคอลลาเจน หรือโอเมก้า 3 ก็สามารถหาทานได้จากเมนูไทยๆ อย่างซุปเปอร์ขาไก่ น้ำซุปต้มกระดูกหมู หรืออาหารทะเล ปลาทะเลน้ำลึกได้เหมือนกัน

นอกจากนี้ การทานวิตามิน และอาหารเสริมมากจนเกินความจำเป็น อาจทำให้ไตทำงานหนักมากขึ้น ที่จะต้องกรองเอาสารอาหารที่เกินความจำเป็นต่อร่างกายออกไป แทนที่จะช่วยบำรุงร่างกายให้ดีขึ้น อาจก่อให้เกิดผลเสียกับไตในเวลาต่อมาได้เสียอย่างนั้น

 

ซูเปอร์ฟู้ด ยิ่งกิน ยิ่งดีต่อสุขภาพ
เทรนด์ซูเปอร์ฟู้ดกำลังมาแรงในบ้านเรา รวมไปถึงทั่วโลก ทั้งเมล็ดเจีย ควินัว เมล็ดแฟล็กซ์ และอื่นๆ อีกมากมาย ถึงแม้ว่าสมญานามว่า “ซูเปอร์ฟู้ด” จะมาจากสารอาหารหลายชนิดที่แทบจะครอบจักรวาล ทำให้หลายคนมุ่งแต่จะทานแต่เจ้าซูเปอร์ฟู้ดจนละเลยอาหารประเภทอื่นๆ เพราะคิดว่าแค่ซูเปอร์ฟู้ดก็คงจะให้สารอาหารที่ดีต่อร่างกายจนครบหมดแล้ว

แต่อันที่จริง ความหลากหลายของอาหารนั้นสำคัญไปไม่น้อยกว่าสารอาหารที่ได้รับ หากเราอยากได้วิตามินซีสูงๆ แต่เราทานแต่ฝรั่งอย่างเดียว เราอาจพลาดโอกาสที่จะได้สารอาหารอื่นๆ ที่อาจมาจากการทานมะเขือเทศ ที่ให้ได้ทั้งวิตามินซี วิตามินเอ เบตาแคโรทีน ลูทีน วิตามินบี และอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้นแม้ว่าซูเปอร์ฟู้ดจะดีต่อร่างกายของเรามากเท่าไร ก็อย่าลืมทานอาหารอื่นๆ เพื่อความหลากหลายในมื้ออาหารของเราด้วย

 

อีกเรื่องที่อยากจะขอแถมทิ้งท้าย หากคุณควบคุมอาหารที่ทานได้แล้ว คิดว่าน้ำหนักจะลดลงอย่างรวดเร็วและยั่งยืนล่ะก็ คุณก็ยังคิดผิดอยู่ดี เพราะหากคุณอยากลดน้ำหนักอย่างยั่งยืน และสุขภาพดีจริงๆ ควรออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วย อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ครั้งละ 45 นาทีเป็นอย่างต่ำ หากทำได้ตามนี้รับรองว่าคุณไม่ต้องพึ่งเครื่องดื่มดีท็อกซ์ อาหารเสริม หรือเคล็ดลับใดๆ ในโลกอินเตอร์เน็ตอีกต่อไปค่ะ

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :Business Insider

2


เนื่องด้วยฤดูกาลที่อากาศมีการเปลี่ยนแปลง เข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว ร่างกายต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และหนึ่งในโรคสำคัญที่มีโอกาสติดเชื้อ ทำให้เกิดอาการป่วยง่ายๆ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก คือโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่เกิดจากเชื้อไวรัส RSV เชื้อนี้มองเผินๆ อาจเหมือนไข้หวัดธรรมดา แต่ก็ไม่ควรประมาท เพราะอันตรายอาจถึงแก่ชีวิตได้


ไวรัส RSV คืออะไร?ufabet
ไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง ที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและส่วนล่าง สามารถเกิดการติดเชื้อได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ แต่ส่วนมากแล้วมักเกิดในเด็กเล็กๆ ที่อายุต่ำกว่า 3 ปี สำหรับในประเทศไทยอาจพบการระบาดได้บ่อยในช่วงฤดูฝน หรือช่วงปลายฝนต้นหนาว


ไวรัส RSV ติดต่อกันอย่างไร?
การติดต่อของเชื้อ RSV นี้สามารถติดต่อผ่านสารคัดหลั่งต่างๆ ในร่างกาย เช่น น้ำมูก น้ำลาย ละอองจากการไอ จาม โดยเฉพาะการติดต่อจากการสัมผัส ซึ่งหากเด็กได้รับเชื้อ ระยะฟักตัวของโรคจะอยู่ที่ประมาณ 5 วัน


อาการเมื่อติดเชื้อไวรัส RSVufabet
โดยในช่วง 2-4 วันแรก มักมีอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดา เช่น ไข้ ไอ จาม น้ำมูกไหล เมื่อการดำเนินโรคมีมากขึ้น ส่งผลให้ทางเดินหายใจส่วนล่างมีการอักเสบตามมา ทำให้เกิดโรคหลอดลมอักเสบ กล่องเสียงอักเสบ และโรคปอดบวมหรือปอดอักเสบ ในบางรายเกิดอาการรุนแรง เช่น ไข้สูง ไอแรง หอบเหนื่อย หายใจมีเสียงครืดคราด มีเสมหะในลำคอมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการที่ต้องพึงระวัง คือ หากมีอาการไข้สูงมากกว่า 39 องศาเซลเซียส ไอจนอาเจียน หายใจเร็วหอบจนชายโครงหรืออกบุ๋ม หายใจออกลำบากหรือหายใจมีเสียงวี้ด (wheezing) รับประทานอาหารหรือนมได้น้อย ซึมลง ปากซีดเขียว เพราะผู้ป่วยที่มีอาการหนักมีโอกาสเสียชีวิตเนื่องจากระบบทางเดินหายใจล้มเหลวได้สูง ทั้

งนี้จากข่าวที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ แชร์ประสบการณ์เรื่องราวของผู้ปกครองรายหนึ่งที่มีลูกยังเล็กอายุเพียง 5 เดือน แต่ติดเชื้อไวรัส RSV ทำให้เกิดปอดอักเสบ โดยคาดว่าติดเชื้อจากการสัมผัสจากผู้อื่นที่มาจับหรือหอมแก้มลูกของตนนั้น การติดเชื้ออาจเกิดจากการสัมผัสจากผู้อื่นที่ป่วยหรือเป็นพาหะได้ โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่เอ็นดูเด็กเล็ก อยากเข้าไปสัมผัสจับมือ หอมแก้ม โดยไม่ได้ทำความสะอาดร่างกายหรือล้างมือก่อนสัมผัส เมื่อไปจับต้องโดนตัวเด็ก หรือสัมผัสโดนปากหรือจมูก ก็ทำให้เกิดการติดเชื้อได้เช่นกัน ผู้ใหญ่ควรระมัดระวัง อย่าเผลอแพร่เชื้อให้เด็กเล็กโดยไม่รู้ตัว


การรักษาจากการติดเชื้อไวรัส RSV
ปัจจุบันยังไม่มียารักษาโรคติดเชื้อไวรัส RSV โดยตรง แต่ใช้วิธีการรักษาตามอาการ เช่น การให้ยาลดไข้ แก้ไอละลายเสมหะ ในเด็กบางรายที่มีเสมหะเหนียวมาก ต้องทำการพ่นยาขยายหลอดลมผ่านทางออกซิเจนละอองฝอย เคาะปอดและดูดเสมหะออก จะช่วยลดความรุนแรงของอาการไอและอาการหายใจหอบเหนื่อยได้


การป้องกันจากเชื้อไวรัส RSVufabet
โรคติดเชื้อไวรัส RSV ใช้เวลาในการฟื้นไข้ประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ ไวรัสชนิดนี้ทำให้เกิดอาการได้ตั้งแต่ไข้หวัดธรรมดา รวมถึงอาการรุนแรงเป็นปอดบวมซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตลูกน้อยได้ เชื้อไวรัสนี้มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีกหากร่างกายอ่อนแอ สิ่งสำคัญคือการป้องกันการติดเชื้อ RSV ซึ่งทำได้โดยการรักษาความสะอาด ผู้ปกครองควรดูแลความสะอาดให้ดี หมั่นล้างมือตัวเองและลูกน้อยบ่อยๆ เพราะการล้างมือ สามารถลดเชื้อที่ติดมากับมือทุกชนิดได้ถึงร้อยละ 70

ควรรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะครบ 5 หมู่ และให้เด็กพักผ่อนให้เพียงพอ การออกกำลังกายในอากาศที่ถ่ายเท ไม่อยู่ในห้องแอร์ตลอดเวลา เป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง

ปกติแล้วในผู้ใหญ่มักไม่ติดเชื้อโรคนี้เพราะมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงพอ แต่ผู้ใหญ่มีโอกาสสัมผัสเชื้อนี้ได้ และหากไม่ล้างมือให้สะอาดก็อาจทำให้เด็กเล็กติดเชื้อจากผู้ใหญ่ได้ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ หรือผู้ปกครองที่ลูกมีอาการป่วย ควรแยกเด็กออกจากเด็กปกติ ไม่ไปอยู่ในสถานที่แออัด ควรดูแลทำความสะอาดของใช้ส่วนตัวและแยกไว้ต่างหากเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเข้าเรียนในเนอร์สเซอรี่หรือโรงเรียนอนุบาลแล้ว หากมีอาการป่วยควรให้หยุดเรียนจนกว่าอาการจะหายเป็นปกติ เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่เชื้อได้อีกทางหนึ่ง

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :นายแพทย์พรเทพ สวนดอก กุมารแพทย์สาขาโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลกรุงเทพ

ภาพ :iStock

3


ระดับคอเลสเตอรอลของคุณเป็นมาตรวัดสำคัญสำหรับสุขภาพหัวใจ โดยคอเลสเตอรอล เอชแอลดี (HDL)หรือ “ไขมันดี” ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมันช่วยกำจัดคอเลสเตอรอลในรูปอื่นออกจากกระแสโลหิต ทำให้การมีระดับ ไขมันดี คอเลสเตอรอล HDL สูง สัมพันธ์กับความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจที่ต่ำกว่า

ไขมันทำไมถึง “ดี” ทำไมถึง “เลว”
คอเลสเตอรอลเป็นไขมันที่พบในเซลล์ทั้งหมดของเรา และมีประโยชน์หลายอย่าง ร่วมทั้งการช่วยสร้างเซลล์ของเราด้วย มันถูกลำเลียงผ่านกระแสเลือดของเรา ไปจับตัวกับโปรตีนที่เรียกว่าไลโปโปรตีน (lipoprotein)  โดยแบ่งออกเป็นสองชนิด ได้แก่ ไลโปโปรตีนความหนาแน่นต่ำ(LDL) เมื่อสะสมมากขึ้นในผนังหลอดเลือด จะทำให้หลอดเลือดตีบลง และบางทีก็เกิดเป็นลิ่มเลือด ในพื้นที่ของหลอดเลือดที่แคบลงนั้น ทำให้เกิดอาการหัวใจวายหรือสโตรค นี่จึงทำให้เราเรียกคอเลสเตอรอลชนิดนี้ว่า ไขมัน “เลว” ไลโปโปรตีนความหนาแน่นสูง (HDL) เป็นไลโปโปรตีนที่เรียกกันว่า “ไขมันดี” เนื่องจาก HDL จะจับตัวกับคอเลสเตอรอลส่วนเกินแล้วพาไปสู่ตับเพื่อย่อยสบาย แล้วก็กำจัดมันออกไปจากร่างกายของเรา

 

ไขมันดี แค่ไหนถึงจะถือว่าดีufabet
ระดับคอเลสเตอรอลวัดด้วยหน่วยมิลลิแกรม (มก.) ต่อเดซิลิตร (dL) ของเลือด ซึ่งในเรื่องของไขมันดี ตัวเลขยิ่งสูงจะถือว่ายิ่งดี

ผู้ชาย ไขมันดีที่น้อยกว่า40 มก/เดซิลิตร จะถือว่ามีความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพ ระดับของไขมันดีที่ถือว่าดีก็คือ 60มก/เดซิลิตร หรือมากกว่านั้น
ผู้หญิง ไขมันดีที่น้อยกว่า 50 มก./เดซิลิตร ทำมห้ผู้หญิงมีความเสี่ยงแต่ปัญหาสุขภาพ ควรให้ระดับไขมันดีอยู่ในระดับ 60 มก/เดซิลิตร หรือมากกว่านั้น
 
วิธีเพิ่ม ไขมันดี คอเลสเตอรอล HDL ในร่างกาย
การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และอาหารการกินบางอย่างสามารถช่วยเพิ่มระดับ ไขมันดี คอเลสเตอรอล HDLในร่างกายของเราได้ ลองใช้วิธีการเหล่านี้ นั่นก็คือ

1. เคลื่อนไหวร่างกาย
การศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าการออกกำลังกายส่งผลให้ระดับไขมันดีเพิ่มขึ้น รวมทั้งการยกน้ำหนักด้วย อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายที่ทำให้เห็นถึงการเพิ่มระดับไขมันดีมากที่สุด ก็คือการออกกำลังกายแบบหนักหน่วง  โดยในการศึกษาชิ้นเล็กๆ ชิ้นหนึ่งซึ่งติดตามผู้หญิงที่มีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (polycystic ovary syndrome) ซึ่งเชื่อมโยงกับความเสี่ยงสูงในการดื้ออินซูลิน พวกเธอได้รับคำขอให้ออกกำลังกายอย่างหนักสามครั้งต่อสัปดห์ พวกเธอมีระดับไขมันดีเพิ่มขึ้น 8 มก./เดซิลิตรหลังจากผ่านไป 10 สัปดาห์ และจากการศึกษานาน12 สัปดาห์ ผู้ชายที่มีน้ำหนักเกิน ซึ่งออกกำลังกายอย่างหนัก มีการเพิ่มขึ้นของไขมันดี 10% ตรงกันข้ามก็คือ การออกกำลังกายแบบเบาๆ เพิ่มขึ้นแค่ 2% ส่วนกลุ่มที่ออกกำลังกายแบบฝึกความอดทนไม่พบความเปลี่ยนแปลงใดๆ อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายแบบเบาๆ ก็สามารถเพิ่มความสามารถของการต้านอาการอักเสบและแอนตี้ออกซิแดนท์ได้ ไม่ว่าระดับของไขมันดีจะเปลี่ยนหรือไม่ก็ตาม

2. เลิกสูบบุหรี่ufabet
การศึกษาวิจัยพบว่าการเลิกสูบบุหรี่สามารถเพิ่มระดับไขมันดีได้ มีการพบความแตกต่างอย่างมากในระดับไขมันดีระหว่างคนที่เคยสูบบุหรี่กับคนที่ไม่เคยสูบบุหรี่เลย โดยการศึกษานานหนึ่งปีในกลุ่มคนมากกว่า 1 ,500 คน คนที่เลิกสูบบุหรี่มีการเพิ่มของไขมันดีมากกว่าถึงสองเท่าเทียบกับคนที่กลับไปสูบบุหรี่อีกภายในหนึ่งปี การศึกษาชิ้นหนึ่งในกลุ่มคนสูบบุหรี่ ที่เปลี่ยนจากการสูบบุหรี่ปกติไปสูบบุหรี่ไฟฟ้า พวกเขาพบว่าการเปลี่ยนแปลงนี้สัมพันธ์กับการเพิ่มของไขมันดี 5 มก/เดซิลิตร โดยเฉลี่ย แม้แต่ในการศึกษาที่ไขมันดีไม่ได้เพิ่มขึ้นหลังจากเลิกสูบบุหรี่ แต่การทำงานของไขมันดีก็ดีขึ้น ส่งผลให้มีการอักเสบน้อยลง และมีประโยชน์อื่นต่อสุขภาพหัวใจ

3. กินปลาที่มีไขมันสูง
ไขมันโอเมก้า-3ในปลาที่มีไขมัน ให้ประโยชน์หลักต่อสุขภาพหัวใจ ในการลดอาการอักเสบและทำให้การทำงานของเซลล์บนผิวเส้นเลือดหัวใจทำงานได้ดีขึ้น และมีการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่า การกินปลาไขมันสูงหรือการกินน้ำมันปลา สามารถช่วยเพิ่มระดับไขมันดีได้ โดยในการศึกษาคนป่วยโรคหัวใจ 33 ราย ผู้เข้าร่วมที่บริโภคปลาที่มีไขมันสูงสัปดาห์ละสี่ครั้ง มีระดับไขมันดีเพิ่มขึ้น การศึกษาชิ้นอื่น ผู้ชายที่น้ำหนักเกินที่บริโภคปลาเฮอร์ริ่งสัปดาห์ละห้าวันเป็นเวลาหกสัปดาห์ มีระดับไขมันดีเพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับระดับไขมันดีจากการกินหมูและไก่ไร้ไขมันสัปดาห์ละห้าวัน นอกจากปลาเฮอร์ริ่งแล้ว ปลาที่มีไขมันสูงซึ่งหากินได้ง่ายในบ้านเรา ก็อย่างเช่นแซลมอน ปลาแมคเคอเรล (ปลาทู) หรือปลาซาร์ดีน

4. กินน้ำมันมะกอก
การวิเคราะห์การศึกษา42 ชิ้น ซึ่งมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 800,000คน พบว่าน้ำมันมะกอกเป็นแหล่งเดียวของไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่ดูเหมือนจะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ การศึกษาวิจัยแสดงให้เห็นว่าผลกระทบของน้ำมันมะกอกที่มีต่อสุขภาพหัวใจก็คือ การเพิ่มไขมัน HDL ผลกระทบนี้เชือ่กันว่ามาจากแอนตี้ออกซิแดนท์ในน้ำมันมะกอที่เรียกว่าโพลีฟีนอลส์ (polyphenols) น้ำมันมะกอกแบบเอกซตร้าเวอร์จินมีโพลีฟีนอลส์มากกว่าน้ำมันมะกอที่ผ่านกระบวนการ แต่ปริมาณนี้ก็ยังต่างกันไปตามประเภทและแบรนด์ การศึกษาชิ้นหนึ่งใหผู้ชายหนุ่มสุขภาพดีกินน้ำมันมะกอกต่างๆ กัน 2 ช้อนโต๊ะต่อวันเป็นเวลาสามสัปดาห์ นักวิจัยพบว่าระดับไขมันดีของผู้เข้าร่วมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมากกว่าหลังจากที่กินน้ำมันมะอกที่มีปริมาณโพลีฟีนอลส์สูงสุด การศึกษาอีกชิ้นหนึ่งเมื่อผู้ใหญ่ 62 คนบริโภคน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จินที่มีโพลีฟีนอลสูงวันละ4 ช้อนโต๊ะ (ประมาณ 50 มล.) เป็นเวลาหกสัปดาห์ ระดับคอลเสเตอรอลดีเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 6.5 มก./เดซิลิตร

5. เลือกกินไขมันดี
นอกจากน้ำมันมะกอกและปลาที่ไขมันสูงแล้ว การเลือกกินไขมันที่ดีต่อหัวใจ อย่างเช่น ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (MUFA- Monounsaturated fat) และไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated fat) ที่พบได้ในอาหารอย่างอะโวคาโด ผักบางชนิด ถั่วเปลือกแข็ง ฯลฯ ก็สามารถช่วยเพิ่มปริมาณไขมันดี หรือ HDL ในร่างกาย ได้ด้วยเช่นกัน

6. การลดน้ำหนักufabet
การศึกษาชิ้นหนึ่งสำรวจระดับไขมันดีในคนญี่ปุ่นที่น้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนมากกว่า3,000 คน พบว่าการลดน้ำหนักอย่างน้อย 3 กก. ทำให้ไขมัน HDL เพิ่มขึ้น4 มก./เดซิลิตรโดยเฉลี่ย การศึกษาชิ้นอื่น เมื่อคนที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 บริโภคอาหารแบบคุมแคลอรี่ ซึ่งได้รับแคลอรี่ 20-30%จากโปรตีน พวกเขาจะมีการเพิ่มขึ้นของไขมันดีอย่างมีนัยสำคัญ

7. การใช้ยา
ระดับของไขมันดีอาจดีขึ้นได้ด้วยการใช้ยา ซึ่งใช้เพื่อลดระดับไขมันเลวและไตรกลีเซอไรด์ อย่างเช่นไนอะซินแบบที่ต้องให้แพทย์สั่งให้ และไฟเบรต (fibrate) หรืออนุพันธ์พันธุ์ของกรดไฟบริค อย่างเช่นเจมไฟโบรซิล (Gemfibrozil) ทั้งสองอย่างนี้สามารถเพิ่มระดับไขมันดีได้ราว 15-35% ที่มีประสิทธิภาพรองลงมาคือ ยาสแตตินบางอย่าง ที่สามารถเพิ่มระดับไขมันดีได้ราว 5-10% อย่างเช่น ซิมวาสแตติน (simvastatin) ได้แก่ โซคอร์ (Zocor) หรือโรซูวาสแตติน (rosuvastatin) ได้แก่ เครสเตอร์ (Crestor) แต่ยาหลายชนิดที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มปริมาณไขมันดีโดยเฉพาะนั้นยังไม่ได้รับการอนุมัติ เนื่องจากพบว่ามันไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ นอกจากยาที่ช่วยเพิ่มไขมันดีแล้ว ก็มียาซึ่งอาจทำให้ระดับไขมันดีลดลงได้ อย่างเช่น ยาที่มีส่วนผสมของเทสทอสเทอโรนและอะนาบอลิกสเตียรอยด์ (anabolic steroids) เพราะฉะนั้น การหลีกเลี่ยงยาพวกนี้ก็อาจช่วยเพิ่มจำนวน HDL ของเราได้เช่นกัน

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :โศภิษฐ์ตา คงชน

ภาพ :iStock

4




ดอยหลวงเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของกลุ่มวัยรุ่น ที่จะมาเดินขึ้นเขาที่สูงอันดับ 3 ของประเทศไทย เพื่อขึ้นมาชมความสวยงามของธรรมชาติ สัมผัสอากาศดี ฟินกับสายหมอก



ดอยผาหมี จังหวัดเชียงรายufabet
สัมผัสธรรมชาติ สัมผัสสายหมอกแบบใกล้ชิด กับแหล่งท่องเที่ยวชมความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ และอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตอีกแห่งของจังหวัด ที่จะมีนักท่องเที่ยวมากมาย มาพักผ่อน ชมวิวสวยๆ กัน



ดอยเสมอดาว จังหวัดน่าน
สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดน่าน ฟินไปกับจุดชมวิวทะเลหมอกในยามเช้า นอนมองดาวแบบใกล้ชิดในยามกลางคืน ใครอยากฟิน ไปกับธรรมชาติ “ดอยเสมอดาว” นี่แหละ จะทำให้คุณฟินจนต้องหลงรักที่นี่กัน



ดอยตีดูว์ จังหวัดน่านufabet
สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดน่าน จุดชมวิว แหล่งรวมนักท่องเที่ยวที่จะมารับชมสายหมอก มองภูเขา แบบฟินๆ ในยามเช้า



ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ufabet
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัด ที่มีอากาศเย็นตลอดทั้งปี ธรรมชาติที่สมบูรณ์ พร้อมสถานที่ท่องเท่ียวฟินๆ มากมาย ภายในอุทยาน

ใครที่อยากฟิน อิน ธรรมชาติ ก็เก็บกระเป๋าวางแผนเที่ยวในหน้าฝนกันนะครับ

5



อาการ หอบหืด กำเริบ อาจเกิดจากหลายสาเหตุ หนึ่งในนั้นคืออาหารที่คุณรับประทาน จริงหรือที่อาหารเป็นสามารถกระตุ้นการเกิดหอบหืดได้ โชคไม่ดีที่นี่เป็นความจริง ฉะนั้นแล้วอาหารประเภทใดล่ะที่ควรหลีกเลี่ยง ลองอ่านบทความนี้และสอบถามคุณหมอของคุณดู

อาหารที่มีสารกันบูดหรือซัลไฟต์เป็นส่วนประกอบ สารในกลุ่มซัลไฟต์ (Sulfites) เช่น ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ถูกนำมาใช้เพื่อป้องกันไม่ให้สีของผลไม้อบแห้งเปลี่ยนสี ลดการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย และทำให้ผลไม้สุก บางคนอาจได้รับผลข้างเคียงจากสารนี้เพียงเล็กน้อย

 เช่น เกิดลมพิษ สำหรับบางคนอาจเกิดอาการที่รุนแรง ไม่ว่าจะเป็นหายใจติดขัด อาการช็อค ความดันโลหิตต่ำ ปวดท้องหรือท้องร่วง ในกรณีของผู้ป่วยหอบหืดนั้น ปฎิกิริยาที่รุนแรงหลังจากทานผลไม้อบแห้งที่มีส่วนผสมของสารซัลไฟต์นั้น มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นสูง

 สารซัลไฟต์สามารถพบได้ในผลไม้อบแห้ง (แครนเบอร์รี่ ลูกเกด สับปะรด) มันฝรั่งสำเร็จรูป ไวน์ เบียร์ ชา น้ำผลไม้ ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ แยม ซุปกึ่งสำเร็จรูป และกุ้งแห้ง ควรครวจสอบฉลากบนผลิตภัณฑ์ที่บรรจุอาหารและหลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนผสมของโซเดียมซัลไฟต์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์

โซเดียมไบซัลไฟต์ โพแทสเซียม ไบซัลไฟต์ โซเดียม เมตาไบซัลไฟต์ และโพแทสเซียม เมตาไบซัลไฟต์ufabet



ผลิตภัณฑ์จากนม เช่น นม ชีส และโยเกิร์ต นับว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่สามารถกระตุ้นอาการหอบหืดได้ ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์จำพวกนี้ ส่งผลเสียต่อระบบย่อยอาหาร และเพิ่มปริมาณของเยื่อมูก ผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณของไขมันสูง เช่น นมแบบไขมัน 100% ส่งผลให้เกิดการอักเสบระคายเคือง

อย่างไรก็ตาม นมและผลิตภัณฑ์จากนมนั้นยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย หากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ปรึกษาแพทย์ดูว่าผลิตภัณฑ์จากนม ไม่ว่าจะเป็นโยเกิร์ต ซุปข้น หรือไอศกรีมนั้น เหมาะกับคุณหรือเปล่า


เนื้อสัตว์แปรรูปufabet
งานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่า การรับประทานเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม และเบคอน สามารทำให้อาการหอบหืดแย่ลงได้ งานวิจัยเหล่านี้ชี้ว่าสารกันบูด ที่เรียกว่าไนไตรท์ ซึ่งพบในอาหารแปรรูปนั้น สามารถทำร้ายระบบทางเดินหายใจได้

 อาหารประเภทนี้ยังมีไขมันอิ่มตัวและโซเดียมเป็นส่วนประกอบซึ่งเป็นต้นเหตุของอาการหอบหืดได้ ดังนั้น คุณควรเลือกรับประทานปลาหรือสัตว์ปีกที่ไม่มีหนัง ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนที่มีประโยชน์ แทนการรับประทานเนื้อสัตว์แปรรูป และเนื้อสัตว์ที่ไขมันสูง

 
อาหารที่มีเกลือสูงufabet
เกลือหรือโซเดียมถูกนำมาใช้ในการปรุงอาหาร และการถนอมอาหารให้อยู่ได้นาน อย่างไรก็ตาม การบริโภคเกลือในปริมาณที่มากเกินไปสามารถทำให้อาการหอบหืดกำเริบได้ ปริมาณเกลือที่ควรบริโภคต่อวันคือ 2,300 มิลลิกรัม หรือน้อยกว่า

คุณควรเลือกอาหารที่ระบุว่า "ไม่มีโซเดียม" หรือ "โซเดียมต่ำ" ควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกที่มีปริมาณโซเดียมสูง เช่น เพรสเซล ชีส อาหารกระป๋อง มันฝรั่งกรอบ แครกเกอร์ ควรคุมปริมาณการบริโภคโซเดียมให้น้อยที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคความดันโลหิตสูง

 โรคหลอดเลือดสมอง โรคกระดูก โรคไต และปัญหาสุขภาพอื่นๆ อาหารหลายประเภทสามารถกระตุ้นอาการหอบหืดให้กำเริบได้ แต่ไม่ต้องกังวล เพราะคุณสามารถควบคุมมันได้ เพียงปรึกษาคุณหมอเกี่ยวกับปัจจัยที่สามารถกระตุ้นอาการของโรค และจดบันทึกอาหารที่คุณบริโภค เช่น หากคุณบริโภคอาหารบางประเภทแล้วเกิดอาการขึ้น

 จดบันทึกชนิดของอาหารนั้นและอาการที่เกิดขึ้นเอาไว้

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :Ritthisak Wongvutthipong

ภาพ :iStock

6



ช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่บ้านเราอากาศแปรปรวนเหลือเกิน ทั้งร้อน ทั้งหนาว ทั้งฝน สลับกันไปจนสับสน ส่งผลทำให้หลายคนไม่สบายไปตามๆ กัน ผู้ใหญ่อย่างเราก็ดีหน่อย แต่สำหรับเด็กทารกหรือเด็กเล็กแล้ว มีไม่น้อยเลยมีอาการป่วยไม่สบาย

และในช่วงที่มีฝนตกแบบนี้ ถือเป็นโอกาสทองของเชื้อไวรัสต่างๆ ในการแพร่ระบาด หนึ่งในนั้น คือ เชื้อไวรัส RSV  เป็นหนึ่งโรคติดต่อเชื้อไวรัสที่สำคัญต่อเด็กทารกและเด็กเล็กอย่างมาก ถือเป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ

 ที่ถูกพบจากลิงชิมแปนซีที่เป็นหวัด และพบว่าสามารถติดต่อไปสู่คนได้ เป็นโรคที่พบได้ตลอดทั้งปี แต่พบบ่อยในช่วงฤดูฝน หรือปลายฝนต้นหนาว

 

ในวันนี้เราจะนำ 5 เรื่องที่ควรรู้ของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัส RSV มาให้คุณพ่อคุณแม่ได้ศึกษา เพื่อที่จะรู้ทันและป้องกันก่อนที่จะเกิดกับลูกน้อยของคุณ

1. โรคระบาด อาร์เอสวี (RSV) คืออะไรufabet
RSV มีชื่อเต็มว่า Respiratory Syncytial Virus เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจโดยเฉพาะ ส่วนมากจะไม่ค่อยแสดงอาการกับผู้ใหญ่ แต่จะแสดงอาการรุนแรงในทารกหรือเด็กเล็ก
เด็กคลอดก่อนกำหนด เด็กที่มีปัญหาโรคหัวใจ โรคปอด โรคหอบหืด หรือผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำมาก อาจก่อให้เกิดอาการรุนแรง และเป็นไวรัสที่สามารถทำให้เกิดอาการปอดอักเสบได้


2. เชื้อไวรัส RSV สามารถติดต่อได้อย่างไร
การติดต่อของเชื้อไวรัส RSV มีลักษณะการติดต่อคล้ายไข้หวัด โดยสามารถติดต่อได้จากการไป จาม น้ำมูก น้ำลาย และเสมหะของผู้ติดเชื้อ นอกจากนี้เชื้อยังสามารถติดจากสิ่งของที่ผู้มีเชื้อไวรัสไปสัมผัสได้อีกด้วย
ฉะนั้นควรล้างมือทุกครั้งก่อนคลุกคลีกับเด็กๆ


3. สังเกตอาการได้อย่างไรufabet
เนื่องจากโรคติดต่อเชื้อไวรัส RSV มีอาการคล้ายเป็นไข้หวัดธรรมดา คุณพ่อคุณแม่เองควรสังเกตอย่างละเอียดว่าลูกน้อยของคุณมีอาการแบบนี้หรือไม่

1. หอบเหนื่อย

2. หายใจแรง หายใจตื้นๆ สั่นๆและเร็ว

3. อารมณ์ไม่ดี

4. กินนมน้อยลง หรือกินอาหารน้อยกว่าปกติ

5. มีอาการซึมเศร้า

6. มีเสมหะออกมาในปริมาณที่มากกว่าปกติ

7. ไอ ออกมาเป็นเสียงโขลกๆ หรือมีเสียงหวีดๆ ในปอด (เกิดจากการที่เยื่อบุทางเดินหายใจบวมอักเสบและหลอดลมหดตัว)

8. ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจมีอาการถึงขั้นตัวเขียว เป็นต้น




4. การรักษาโรคจากเชื้อไวรัส RSV
ในปัจจุบันโรคไวรัสชนิดนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันหรือยารักษาโดยเฉพาะ จึงต้องรักษาแบบประคับประคองไปตามอาการที่ป่วย เช่น การให้ยาแก้ไอละลายเสมหะ ยาขยายหลอดลม
 ยาลดไข้ เป็นต้น ส่วนในรายที่มีอาการรุนแรง มีอาการหอบ เหนื่อย มีค่าออกซิเจนในเลือดต่ำ อาจจะต้องมีการพ่นยาขยายหลอดลมร่วมกับการให้ออกซิเจน หรือถึงขั้นต้องใส่ท่อช่วยหายใจหรือเครื่องช่วยหายใจด้วย


5. การเฝ้าระวังและการป้องกันufabet
อย่างที่ได้อ่านไปในข้อที่แล้วว่าโรคไวรัสชนิดนี้ไม่มีวัคซีนป้องกันหรือยารักษาโดยตรง และถือเป็นโรคที่ติดต่อจากทางเดินหายใจ ดังนั้นควรปฏิบัติตนตามหลักการรักษาสุขลักษณะที่ดีดังนี้

1. ล้างมือบ่อยๆ หรือล้างมือก่อนที่จะสัมผัสเด็กๆ

2. หากมีการติดเชื้อหรือมีอาการ ควรสวมหน้ากากอนามัย ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ

3. ถ้าเด็กมีอาการป่วย ควรแยกออกจากเด็กปกติและควรหยุดเรียนอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์

4. และที่สำคัญถ้ามีอาการควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรักษาอาการป่วย

 
ยิ่งในช่วงนี้ โดยเฉพาะภาคใต้เราที่มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการป้องกันลูกน้อยของคุณให้ห่างไกลจากการเจ็บป่วย รวมทั้งตัวคุณพ่อคุณแม่เองด้วย การรักษาสุขลักษณะดังที่กล่าวข้างต้นก็จะช่วยลดโอกาสของการติดเชื้อไวรัส RSV ได้

ที่สำคัญ คือการดูแลสุขภาพตนเองให้แข็งแรง ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์และครบ 5 หมู่ ลดหวาน มัน เค็ม ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา และทำจิตใจของตนเองและคนรอบข้างให้แจ่มใส

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :ดร.ภญ ปิยทิพย์ ขันตยาภรณ์ ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ นพ.ดร นพพร อภิวัฒนากุล ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณ

ภาพ :iStock

7


สาวๆ หลายคนคงจะคุ้นเคยกันดี กับการกระตุ้นปลุกอารมณ์ของฝ่ายชายด้วยวิธีการยั่วยวนกับจิตใจ แต่อาจจะยังไม่รู้ว่า นอกจากการปลุกอารมณ์ฝ่ายชายทางจิตใจแล้ว ยังสามารถปลุกเร้าทางร่างกายได้อีกด้วย

โดยมีวิธีปลุกเร้าอารมณ์ของฝ่ายชายที่ทำได้ไม่ยากดังนี้

1.การลูบไล้สัมผัสufabet

ระหว่างที่นั่งคุยกันหรือแม้แต่ขณะดูหนังด้วยกันที่บ้าน ให้คุณลองค่อยๆ เอามือของคุณลูบไล้ที่บริเวณต้นขาของเขาเบาๆ ซึ่งนอกจากบริเวณต้นขาแล้วก็ยังมีอีกหลายส่วนที่ช่วยกระตุ้นอารมณ์ของเขาได้

 เช่นหลังคอ แขน หน้าอกหรือแผ่นหลัง และบริเวณพื้นที่ส่วนล่างบริเวณขาหนีบ ซึ่งรับรองเลยว่าจะปลุกปั่นอารมณ์ของเขาได้ไม่ยากอย่างแน่นอน

2.ใช้วิธีนวด

ก่อนจะเริ่มภารกิจรักคุณสามารถปลุกอารมณ์ของเขาให้มากขึ้นได้ด้วยการนวด ลองให้แฟนของคุณถอดเสื้อออก จากนั้นชโลมด้วยน้ำมันที่ช่วยผ่อนคลายและมีกลิ่นหอมแล้วจึงบรรจงนวดตัวเขาอย่างเบามือ

 แนะนำว่าให้คุณใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้น หรืออาจจะเหลือเพียงชุดชั้นในระหว่างนวดก็จะช่วยเพิ่มอรรถรสได้ดีทีเดียว

3.กระตุ้นที่บริเวณหูufabet

ลองงับหูหรือขบกัดที่บริเวณหูของเขาเบาๆ จากนั้นค่อยรุกไปที่บริเวณซอกคอจนเขารู้สึกสยิว โดยพยายามทำเช่นนี้ให้ทั่วบริเวณท่อนบนของร่างกายเขา จนกว่าเจ้าตัวจะร้องขอให้ใช้ปากที่บริเวณอื่นดูบ้าง

 ซึ่งรับรองเลยว่าจะทำให้เขาเกิดอารมณ์ที่กระเจิดกระเจิงได้ไม่ยากเลยล่ะ




4.ใช้ความร้อนและเย็นufabet

นึกถึงฉากในหนังเรื่องจันดาราที่ใช้ก้อนน้ำแข็งสัมผัสที่ร่างกายของเขา จากนั้นจึงใช้ปากและลิ้นในการโลมเลียแทน เพื่อให้ชายหนุ่มได้สัมผัสถึงอุณหภูมิร้อนเย็นสลับกันไป ซึ่งการทำเช่นนี้จะทำให้เขามีอารมณ์พุ่งพล่านสุดๆ

5.วางมือของเขาบนอวัยวะของคุณ

ถ้าการยั่วยวนในครั้งนี้คุณเป็นคนคุมเกมแล้วละก็ ให้ลองจับมือของเขามาวางบนสะโพกของคุณเบาๆ หรือจะดีก็จับมือของเขาไปวางบนอวัยวะส่วนที่ทำให้คุณมีอารมณ์ร่วมมากยิ่งขึ้น

 และหลังจากนั้นก็คงถึงเวลาที่จะบรรเลงเพลงรักระหว่างคุณกับเขาแล้วล่ะ

6.เต้นรำปลุกอารมณ์

เป็นวิธีที่คลาสสิคที่สุดเลยก็ว่าได้ แต่การเต้นรำด้วยจังหวะเพลงที่เล้าโลมทำให้คุณกับคนรักได้คลอเคลียกันระหว่างเต้นรำ ระหว่างนี้ลองกระซิบที่ข้างหูของเขาว่าคุณต้องการเขามากเพียงใด เพียงเท่านี้ก็กระตุ้นอารมณ์ของชายหนุ่มได้อย่างกู่ไม่กลับแล้ว


ทั้ง 6 วิธีนี้ก็เป็นวิธีที่ช่วยให้อารมณ์ของชายหนุ่มกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งไม่ว่าคุณกับเขาจะครองรักกันมานานแค่ไหนก็ไม่มีทางเบื่อแน่นอน

ขอขอบคุณ

ภาพ :istock

8



โรคมะเร็งเต้านม เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักการเสียชีวิตของผู้หญิงในยุคปัจจุบัน แล้วคุณรู้รึเปล่าว่า ลักษณะนิสัยบางอย่างนั้น สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมให้กับคุณได้ บทความนี้จะมาเจาะลึกถึงไลฟ์สไตล์อันตราย ที่อาจนำคุณไปสู่โรคมะเร็งร้าย

การดื่มแอลกอฮอล์ufabet
จากข้อมูลทางระบาดวิทยา การดื่มแอลกอฮอล์เป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งเต้านมถึง 4% ในประเทศที่กำลังพัฒนา นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ทุกๆ 10 มล. ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่คุณดื่มเข้าไป จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านมขึ้น 10 % เท่ากับว่ายิ่งคุณดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเท่าไหร่ โอกาสเสี่ยงที่คุณจะเป็นโรคมะเร็งเต้านม ก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นมากเท่านั้น

การสูบบุหรี่ufabet
การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคร้ายต่างๆ รวมไปจนถึงโรคมะเร็งทั้งหลาย แน่นอนว่าโรคมะเร็งเต้านมนั้นก็ไม่เว้นเช่นกัน สารอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอนที่ประกอบอยู่ในบุหรี่ ทำให้เกิดสารก่อมะเร็ง ไฮโดรคาร์บอนที่ผสานเข้ากับความหลากหลายของลักษณะทางพันธุกรรม อาจสามารถทำให้เกิดการพัฒนาเซลล์มะเร็งเต้านมขึ้นในร่างกาย รายงานของ US Surgeon General เมื่อปี 2014 แสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงที่มีประวัติการสูบบุหรี่ จะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งเต้านม มากกว่าผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่มากถึง 10%

โรคอ้วนหรือน้ำหนักเกิน
การมีน้ำหนักเกิน หรือเป็นโรคอ้วน ในช่วงหลังจากหมดประจำเดือน อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งเต้านม ในช่วงหลังหมดประจำเดือน ก่อนที่คุณจะหมดประจำเดือนนั้น ฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายส่วนใหญ่จะมาจากรังไข่ มีแค่ส่วนน้อยเท่านั้น ที่มาจากเนื้อเยื่อไขมัน แต่หากรังไข่หยุดสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือหลังจากหมดประจำเดือน เนื้อเยื่อไขมันจะกลายเป็นแหล่งสำคัญในการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนแทน หากคุณมีชั้นไขมันในช่วงอายุนี้มาก ฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายของคุณ ก็จะยิ่งมากขึ้นตาม และสามารถนำไปสู่การเกิดโรคมะเร็งเต้านมได้ นอกจากนี้ผู้หญิงที่มีภาวะน้ำหนักเกิน มักจะมีค่าอินซูลินในเลือดสูง ซึ่งโรคมะเร็งเต้านมเป็นหนึ่งในมะเร็งที่มีความสัมพันธ์กับระดับของอินซูลินในเลือด

ขาดการออกกำลังกาย
การขาดการออกกำลังกาย เป็นสาเหตุโดยอ้อมของการเกิดโรคมะเร็งเต้านม โดยการออกกำลังกายสามารถช่วยป้องกันผู้หญิง จากโรคมะเร็งเต้านมในช่วงหลังหมดประจำเดือน ด้วยผลกระทบที่เกิดกับการเผาผลาญสเตอรอยด์ฮอร์โมน และอาการอักเสบในร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยลดปริมาณไขมันในร่างกาย และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันอีกด้วย การออกกำลังกายเป็นวิธีที่ได้รับการพิสูจน์จากงานวิจัยของ Women's Health Initistive (WHI) ในสหรัฐฯ แล้วว่า สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งเต้านมได้ถึง 25-30% การเดินเร็ว 1¼ ถึง 2½ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งเต้านมได้ถึง 18% ทำให้การออกกำลังกายได้รับการพิสูจน์ที่แน่ชัดแล้วว่า สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมได้ การไม่ออกกำลังกาย จึงทำให้จึงเป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมนั่นเอง

การคุมกำเนิดufabet
วิธีการคุมกำเนิดต่างๆ เช่น การกินยาเม็ดคุมกำเนิด การฉีดยาคุมกำเนิด การฝังยาคุม การแปะแผ่นคุมกำเนิด และการใส่ห่วงคุมกำเนิด สามารถเชื่อมโยงกับเกิดมะเร็งเต้านมได้ มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่า ผู้หญิงที่มีการคุมกำเนิดด้วยวิธีเหล่านี้ มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านม มากกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้คุมกำเนิดอยู่เล็กน้อย นอกจากนี้ความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมจะไม่เพิ่มขึ้น หลังจากที่หยุดคุมกำเนิดไป 5 ถึง 10 ปี ขึ้นอยู่กับวิธีการคุมกำเนิดที่ใช้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :Ploy Wongwilai

9



คงมีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยเลยใช่ไหม ที่กำลังประสบกับปัญหาความรักระหว่างคุณกับสามีจืดชืดลง ด้วยสาเหตุหลักที่มาจากความเบื่อหน่ายของคุณสามีแถมยังเริ่มเซ็งกับเรื่องบนเตียงที่ขาดความแปลกใหม่และหวือหวาไป

 ซึ่งใครที่กำลังเผชิญกับปัญหานี้อยู่ วันนี้เราก็มีเคล็ดลับ 5 วิธีมัดใจสามีมาฝากซึ่งก็รับรองเลยว่าทำแล้วได้ผลจริงแน่นอน

1.เปลี่ยนท่าให้บ่อยขึ้นufabet

การเปลี่ยนท่าให้บ่อยขึ้นก็เหมือนเป็นการเพิ่มลีลารักให้สามีของคุณหลงใหลได้มากขึ้น หนำซ้ำยังเพิ่มความตื่นเต้นให้กับคุณเองอีกด้วย

 แต่ทั้งนี้การจะเปลี่ยนท่าทางใหม่ๆ ก็ควรอยู่ในท่วงท่าที่ทั้งคุณและสามีชื่นชอบไม่สร้างความลำบากใจให้จะดีที่สุด จะได้ไม่เป็นการฝืนใจกันซึ่งจะทำให้อะไรๆ แย่กว่าเดิมได้

2.เปลี่ยนสถานที่บ้าง

ไม่ใช่เพียงเรื่องของท่วงท่าเท่านั้นที่จะสร้างความเบื่อหน่ายให้ แต่สถานที่ก็เช่นกันเพราะคงไม่ดีแน่หากจะมีอะไรกันอยู่เพียงในห้องนอนกันเพียงอย่างเดียว ลองใช้ห้องอื่นๆ

 ภายในบ้าน หรือเปลี่ยนบรรยากาศไปพักโรงแรมต่างจังหวัดดูบ้างก็ดีไม่ใช่น้อยเลย




3.ใส่ชุดนอนหรือชุดชั้นในใหม่บ้างufabet

ชุดนอนหรือชุดชั้นในนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นอารมณ์ของสามีคุณได้มากทีเดียว ลองหาชุดที่แสดงความร้อนแรงและเซ็กซี่มาใส่ดูบ้าง รับรองว่าสามีของคุณจะรู้สึกกระชุ่มกระชวยมากกว่าเดิมเป็นแน่ แนะนำว่าหากใช้ วิธีมัดใจสามีด้วยวิธีนี้ สาวๆ อาจจะต้องศึกษาเรื่องเสื้อผ้าที่เซ็กซี่ดูสักหน่อย ซึ่งมันอาจเป็นเรื่องยากสำหรับสาวหวาน

4.อาบน้ำด้วยกัน

การอาบน้ำด้วยกันจะทำให้คุณกับสามีได้สัมผัสตัวกันได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นการอาบน้ำในอ่างอาบน้ำด้วยก็จะยิ่งเพิ่มความเร้าร้อนได้มากขึ้นไปอีก ซึ่งการอาบน้ำด้วยกันก็เปรียบเสมือนการได้เล้าโลมกันก่อนลงสนามจริงนั่นแหละ

5.เปิดใจคุยกันเรื่องเซ็กส์ufabet

คู่รักบางคู่มักจะรู้สึกเขินอายที่จะเปิดใจคุยกันเรื่องเซ็กส์ ทำให้ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าสามีหรือภรรยาต้องการให้ทำแบบไหนบ้าง ซึ่งเหตุผลนี้เองที่ทำให้หลายๆ คู่มักจบลงด้วยความรู้สึกเบื่อหน่ายเพราะไม่ได้ลองทำในสิ่งที่อยากลองนั่นเอง เอาเป็นว่าก่อนจะนอนก็ลองหันมาคุยกันเรื่องเซ็กส์แบบไม่ต้องอายดูสิ แล้วคุณจะรู้ว่าสามีต้องการมีเซ็กส์แบบไหน

ทั้ง 5 ข้อนี้ก็เป็น วิธีมัดใจสามี ให้อยู่หมัดในเรื่องของ SEX เชื่อเถอะว่าหากได้ลองทำทุกข้อแล้วสามีของคุณจะหลงใหลในตัวคุณจนแทบคลั่งเลยทีเดียว เพราะชีวิตคู่นั้นไม่ได้มีความสำคัญแค่ความรักเท่านั้น แต่เซ็กส์ก็เป็นเรื่องสำคัญที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน

ขอขอบคุณ

ภาพ :istock

10



ผิวหน้ามันมีสาเหตุมาจากการที่ต่อมไขมัน ผลิตน้ำมันออกมามากเกินกว่าปกติ โดยต่อมไขมันบนใบหน้าจะมีมากในช่วงทีโซน โดยเฉพาะบริเวณจมูกที่ต่อมไขมันจะมีขนาดใหญ่ และทำงานได้ดีกว่าบริเวณอื่น

จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมบริเวณจมูกมักจะมีความมันมากกว่าปกติ ซึ่งส่วนใหญ่ผิวหน้ามันมักจะมาจากกรรมพันธุ์ และยังมีปัจจัยอื่นๆ อีก เช่น อารมณ์ ความเครียด อากาศเปลี่ยนแปลง ความร้อน ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง

 การสัมผัส การใช้สกินแคร์ที่มากเกินความจำเป็น หรือใช้ไม่เหมาะกับสภาพผิว รวมไปถึงการใช้ยาบางชนิด ก็มีส่วนทำให้ผิวหน้ามันมากขึ้นเช่นกัน


วิธีลดปัญหาหน้ามันufabet


1. กระดาษซับมันช่วยได้

วิธีพื้นฐานที่ช่วยจัดการความมันส่วนเกินได้อย่างง่ายดาย ก็คือการใช้กระดาษหรือแผ่นฟิล์มซับความมัน นำมาซับบนใบหน้าบริเวณที่เป็นมัน ซึ่งนอกจากกระดาษซับมันแล้ว ทิชชูเปียกสำหรับเช็ดหน้าบางยี่ห้อ ก็มีส่วนผสมที่ช่วยชะลอการทำงานของต่อมไขมันบนใบหน้าด้วย จึงช่วยให้ผลิตน้ำมันน้อยลง


2. มาสก์หน้าสิจะได้ชุ่มชื่นufabet

ใช้มาสก์ที่มีสารประกอบของผลไม้ เพราะจะช่วยเพิ่มคอลลาเจนให้กับผิว กระชับรูขุมขนให้เล็กลง และช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไปได้ จึงเป็นการเผยผิวใหม่ที่ดูเรียบเนียน แต่ก็ไม่ควรใช้บ่อยจนเกินไป สูตรมาส์กหน้าลดความมันที่ทำได้เองๆ ที่บ้าน คือ สูตรน้ำมะนาว น้ำส้มสายชู น้ำอุ่น ให้ผสม 3 อย่างนี้เข้าด้วยกันอย่างละเล็กน้อย ใช้สำลีแบบแผ่นชุบส่วนผสมมาเช็ดบนใบหน้า แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งโดยไม่ต้องล้างออก สูตรนี้จะช่วยลดความมันวาว และช่วยลดเหงื่อที่ออกบนใบหน้าได้


3. เลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า และเครื่องสำอางให้ดี

เลือกใช้โทนเนอร์ ชนิดที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และน้ำหอม เพราะจะทำให้หน้าแห้งมาก จนผิวส่งสัญญาณให้ผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น ทำให้หน้ามันเร็วกว่าปกติ โดยควรใช้โทนเนอร์เป็นประจำ จะช่วยควบคุมความมันบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี หลีกเลี่ยงการใช้สบู่ธรรมดาล้างหน้า และโฟมล้างหน้าแบบสครับ เนื่องจากเม็ดสครับจะไปกระตุ้นให้ผิวสร้างน้ำมันมากขึ้น ในส่วนของเครื่องสำอางสำหรับคนผิวมันแล้ว พยายามเลือกแบบที่เป็นเนื้อแมท จะได้ไม่ไปส่งเสริมให้ผิวหน้าดูมันมากขึ้นกว่าเดิม


4. เลือกรับประทานอาหาร เลี่ยงอาหารมัน อาหารทอดufabet

สารอาหารสำคัญที่คนผิวมัน ควรได้รับอย่างเพียงพอก็คือ วิตามินเอและวิตามินบี 2 เนื่องจากอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ จะสามารถช่วยลดกระบวนการผลิตความมันของผิวหน้าได้ และถ้าหากขาดวิตามินบี 2 อาจทำให้ผิวหน้ามันขึ้นกว่าเดิม

 ทั้งนี้ให้หลีกเลี่ยงอาหารมันและอาหารทอด เพราะหากกินเกินปริมาณที่เหมาะสม จะทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากยิ่งขึ้น และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง โดยเฉพาะฟาสฟู้ด รวมไปถึงอาหารเผ็ดร้อนและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้หลอดเลือดขยายตัว ร่างกายขับเหงื่อออกมามากกว่าปกติ ทำให้ร่างกายขาดน้ำได้


5. สำหรับผิวมันมาก ให้หลีกเลี่ยงจากแสงแดด

สำหรับคนผิวมัน ควรหลีกเลี่ยงและอย่าให้ถูกแดดมากจนเกินไป เพราะแสงแดดจะทำให้ผิวแห้งลง และขาดความสมดุลได้ จึงเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น ทำให้ผิวหน้ามันหนักขึ้นกว่าเดิม และที่สำคัญอย่าลืมทาครีมกันแดดทุกเช้าด้วยนะ โดยพยายามเลือกใช้สูตรบางเบา หรือครีมกันแดดที่มีส่วนผสมที่ช่วยดูดซับความมัน จะช่วยลดปัญหาผิวหน้ามันได้

11


“ตื่นเช้ามาก็น้ำมูกไหล เสมหะเต็มคอ จามฟืดฟัดเสียแล้ว” มีใครที่มีอาการแบบนี้แทบจะทุกวันอยู่หรือเปล่า? หลายคนที่มีอาการแบบนี้อาจสันนิษฐานได้ว่าเกิดมาจากโรคภูมิแพ้กำเริบ และเมื่อรู้สึกว่าอากาศในห้องนอนอาจเป็นสาเหตุของอาการภูมิแพ้กำเริบในทุกๆเช้า

 จึงสนใจที่จะติดตั้งเครื่องฟอกอากาศไว้ในห้องนอน แต่อันที่จริงแล้วเครื่องฟอกอากาศให้ผลดีต่อผู้ป่วยโรคภูมิแพ้มากน้อยแค่ไหน

 

เครื่องฟอกอากาศ ช่วยลดอาการภูมิแพ้?

ก่อนอื่นเลยต้องเข้าใจโรคภูมิแพ้กันก่อนว่า ผู้ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้อะไร หากเป็นภูมิแพ้เกสรดอกไม้ ควันบุหรี่ สปอร์เชื้อรา ก็อาจจะพอช่วยได้บ้าง แต่หากไม่ได้เป็นภูมิแพ้ต่อสิ่งเหล่านี้ เช่น ไรฝุ่น แพ้แมลง แพ้อาหาร เครื่องฟอกอากาศก็คงจะไม่ได้ช่วยให้อาการดีขึ้น

ไรฝุ่นมีอนุภาคขนาดใหญ่ มักตกลงสู่พื้นหลังจากลอยตัวอยู่ในอากาศภายใน 5 นาที ดังนั้นการทำความสะอาดทั่วไปก็ช่วยกำจัดไรฝุ่นได้ ส่วนใหญ่ไรฝุ่นแฝงตัวอยู่ในที่นอน และพื้นที่แคบๆ ตามซอกหลืบมากกว่า

นอกจากนี้ เครื่องฟอกอากาศจะให้ผลดีต่อเมื่อใช้ความละเอียดในการกรองสูงมาก หรือเป็น HEPA filter ที่กรองได้ตั้งแต่ 0.3 ไมครอน (ไรฝุ่น 250 micron) ดังนั้นหากประสิทธิภาพของเครื่องฟอกอากาศไม่ดีพอ ก็อาจจะไม่ได้ผลต่ออาการภูมิแพ้ของเราได้เช่นกัน

 

จัดห้องนอน สำหรับคนเป็นภูมิแพ้ufabet

1. นอกจากเครื่องฟอกอากาศแล้ว การจัดห้องนอนก็ช่วยให้อาการของโรคภูมิแพ้ดีขึ้นได้อีกด้วย ซึ่งสำคัญกว่าการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศมาก หากสามารถจัดห้องนอนตามนี้ได้ ก็อาจจะไม่ต้องติดตั้งเครื่องฟอกอากาศก็ได้

   จัดห้องนอนให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่เก็บของไว้ในห้องนอนมากเกินไป จำเอาไว้ว่าห้องนอนยิ่งเปิดโล่ง ยิ่งดีต่อคนที่เป็นโรคภูมิแพ้

2. ทำความสะอาดเป็นประจำทุกวัน อาจจะกวาดห้องหรือดูดฝุ่นทุกวัน วันเว้นวัน และอย่าลืมถูพื้นด้วย

3. เครื่องนอนนุ่มๆ ควรใช้เป็นใยสังเคราะห์ ควรหลีกเลี่ยงเครื่องนอน หมอน ผ้าห่มต่างๆ ที่ทำจากนุ่น เพราะนุ่นเก็บฝุ่นได้มากกว่า

4.  ไม่ควรมีตุ๊กตาที่มีขน พรม และหนังสือในห้องนอน เพราะเป็นตัวเก็บฝุ่นที่ดีมาก

5. ไม่นอนร่วมกับสัตว์เลี้ยง เพราะขนของสัตว์เลี้ยงอาจทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ได้ (ในรายที่แพ้ขนสัตว์)

6.  ใช้เตียงที่มีขาลอย ใต้เตียงโล่ง สามารถล้วงเข้าไปทำความสะอาดได้ง่าย

7.  หันหัวเตียงไปทางจุดที่แสงส่องถึง และมีลมพัดผ่านได้ufabet

8. อย่าวางเตียงใกล้ห้องน้ำ เพราะความชื้นจากห้องน้ำจะทำให้ป่วยได้ง่าย

9. ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ปลอกผ้าห่ม ผ้าม่าน ควรซักบ่อยๆ อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง เพื่อเป็นการกำจัดไรฝุ่นตามเตียง ถ้าเป็นไปได้ควรซักในน้ำร้อน

10. นำที่นอน หมอน ตุ๊กตาออกมาตากแดดบ้างราวสัปดาห์ละครั้ง เพื่อเป็นการกำจัดไรฝุ่น

11. ทำความสะอาดใบพัดลม 1-2 อาทิตย์ต่อครั้ง หรือทุกครั้งที่เห็นฝุ่นเกาะ และล้างแอร์ทุกๆ 6 เดือน
 

การนอนของคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ufabet
หากแน่ใจว่าตัวเองเป็นภูมิแพ้ฝุ่น การสัมผัสโดนอากาศจากเครื่องปรับอากาศ หรือพัดลมโดยตรงอาจทำให้อาการกำเริบได้ วิธีที่พอจะได้ผลดีอยู่บ้าง คือการเปิดเครื่องปรับอากาศทิ้งไว้ก่อนเข้าห้องนอน 2-3 ชั่วโมง เมื่อจะเข้านอนให้ปิดเครื่องปรับอากาศ แล้วเปิดพัดลมแทน โดยหันพัดลมไปทางอื่นที่ไม่โดนศีรษะตรงๆ หรือหากใช้เครื่องปรับอากาศที่สามารถตั้งเวลาเปิดปิดได้ ก็สามารถตั้งเวลาปิดในตอนกลางคืนหลังจากนอนหลับไปแล้ว 2-3 ชั่วโมง แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นพัดลมก็ได้

 

อย่างไรก็ตาม โรคภูมิแพ้จะดีขึ้นได้ หากเราออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เป็นประจำ โดยแนะนำให้ออกกำลังกายทุกวัน วันละ 1 ชั่วโมง ทั้งการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ และเวทเทรนนิ่ง จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง และต่อสู้กับสิ่งที่ทำให้แพ้เหล่านี้ได้ อาการภูมิแพ้ก็จะดีขึ้นอย่างแน่นอน

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :นพ.วิรัช จิตสุทธิภากร แพทย์หู คอ จมูก แพทย์ประจำบ้านต่อยอดสาขาจมูก ภูมิแพ้ ไซนัส รพ.จุฬาลงกรณ์

ภาพ :iStock

12



กลุ่มของวิตามินบีหรือที่รู้จักกันในชื่อว่า วิตามินบีรวม (vitamin B complex) ประกอบด้วยวิตามินบี 8 ชนิด

: บี1 หรือ ไทอามีน (thiamine)

: บี2 หรือ ไรโบฟลาวิน (riboflavin)

: บี3 หรือ ไนอะซิน (niacin)

: บี5 หรือ กรดแพนโทเธนิค (pantothenic acid)

: บี6

: บี7 หรือ ไบไอติน (biotin)

: บี12

: กรดโฟลิกufabet

วิตามินบีช่วยในการทำงานของการผลิตและควบคุมพลังงานในร่างกาย และสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง

 
ประโยชน์ของวิตามินบี

โดยทั่วไปแล้ว เชื่อกันว่าวิตามินบีรวมมีประสิทธิภาพในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัม ทำให้อารมณ์ดีขึ้น บรรเทาอาการวิตกกังวล ส่งเสริมสุขภาพ และบรรเทาอาการระคายเคืองของผิว วิตามินบีในแต่ละชนิดมีประโยชน์แตกต่างกันดังนี้คือ

วิตามิน บี1 และบี2 เสริมสร้างกล้ามเนื้อ เส้นประสาท และหัวใจที่แข็งแรง บี1 นั้นช่วยส่งเสริมการสร้างเซลล์ใหม่ ขณะที่ บี2 ช่วยผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงและปกป้องเราจากอนุมูลอิสระ

วิตามิน บี3 ทำหน้าที่สำคัญการควบคุมระบบประสาทและระบบขับถ่าย นอกจากนี้ยังช่วยเปลี่ยนแปลงอาหารให้เป็นพลังงาน

วิตามิน บี5 ทำหน้าที่ในการย่อยสลายไขมันและคาร์โบไฮเดรต เปลี่ยนให้เป็นพลังงาน ทั้งยังจำเป็นต่อการผลิตฮอร์โมน คุณจำเป็นต้องใช้วิตามิน บี5 และ บี12 ในการเจริญเติบโตและมีพัฒนาการที่เหมาะสม

วิตามิน บี6 ดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน และจำเป็นต่อกระบวนการผลิตฮอร์โมนและย่อยสลายโปรตีน

วิตามิน บี7 เป็นอีกปัจจัยสำคัญในการผลิตฮอร์โมนufabet

วิตามิน บี9 ช่วยให้เซลล์สร้างและบำรุงดีเอ็นเอ และยังช่วยเสริมสร้างการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง

วิตามิน บี6 บี9 และ บี12 ช่วยส่งเสริมการควบคุมระดับของกรดอะมิโนโฮโมซีสเทอีน (amino acid homocysteine) ซึ่งหากระดับนี้สูงเกินไป คุณอาจเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจได้
 
วิตามินบีกับอาการโรคบางชนิด

นักวิจัยเชื่อว่าการรับประทานอาหารเสริมวิตามินบีรวม อาจจะช่วยป้องกันโรคบางชนิดได้ เช่น

ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อาจจะลดความเสี่ยงในการเป็นโรคไตด้วยการรับประทานวิตามิน บี1 วิตามิน บี1 ยังอาจช่วยลดความเสี่ยงของต้อกระจกได้

วิตามิน บี2 ช่วยป้องกันโรคไมเกรน

วิตามิน บี3 ช่วยเพิ่มไขมันที่มีความหนาแน่นสูงและลดระดับของคอเลสเตอรอล

วิตามิน บี6 ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ บรรเทาอาการก่อนมีประจำเดือน และอาการคลื่นไส้ที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์

วิตามิน บี7 เกี่ยวข้องกับสุขภาพของผิว เส้นผม และเล็บufabet

วิตามิน บี9 เชื่อกันว่าสามารถป้องกันโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งตับอ่อนได้ สำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์ อาจช่วยลดความเสี่ยงในการให้กำเนิดทารกที่มีความบกพร่องตั้งแต่กำเนิด

วิตามิน บี12 ช่วยให้ผู้สูงอายุลดอาการสับสนและควบคุมระดับของสารโฮโมซีสเทอีน

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม อาหารเสริมวิตามินบีรวมนั้นไม่สามารถรักษาโรคเหล่านี้ได้ มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าการรับประทานวิตามิน บี6 และ บี12 และกรดโฟลิคเป็นเวลานานนั้น ไม่สามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าในผู้หญิงสูงอายุได้

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :Ploy Wongwilai

ภาพ :iStock

13


เมื่ออุณหภูมิเริ่มลดลง อากาศเริ่มเย็นขึ้น นั่นเท่ากับว่าสัญญาณแห่งความสนุก สีสัน บิ้วตี้ และแฟชั่นได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว HELLO! Beauty เลยไม่พลาดชวนสาวๆมาอัพเดท 5 โทนสีสุดอิน...กับเมคอัพสไตล์ที่คุณต้องลองสักครั้งหนึ่งในชีวิต งานนี้บอกเลยว่า เตรียมตัวสนุกสนานกับเมคอัพโทนสีใหม่ที่เชื้อเถอะว่ามันหยด อย่าบอกใคร!!!




เปิดตัวโทนสีแรกด้วยความแซบ สุดซ่าส์ของสี Scarlet Red สีแดงสด ตัวแทนของความร้อนแรง เซ็กซี่สุดเย้ายวน ที่คุณผู้หญิงจะสามารถรู้สึกได้ในทันที ถือเป็นสีที่มีพลังงานในจัวเองสูงมากสีหนึ่งเลยก็ว่าได้ ความเซ็กซี่ vs ความโรแมนติก ช่วยสร้างแรงกระตุ้นให้สาวๆได้ไม่น้อยเลยล่ะค่ะ

ที่จริงการเลือกเมคอัพโทนสีแดงนั้น ทำได้ไม่ยาก เพียงแค่พกความมั่นใจมาให้เต็มกระเป๋า ลองเริ่มต้นสเต็ปแรกด้วยแต่งหน้าแบบเบาๆ นู้ดๆ แต่คว้าลิปสติกสีแดงสด มาฟาดปากให้แจ่มจรัสแบบเน้นๆ เมื่อเริ่มคุ้นชินกับลุคนี้แล้ว ก็ลองเริ่มขยับโทนสีให้เข้มขึ้นเป็นแดงเบอกันดี หรือแดงเลือดนกบ้าง

 ก็ถือเป็นสเต็ปที่ดี รวบรวมความกล้าแล้วมาเริ่มจัดเต็มสเต็ปปาร์ตี้แบบสุดมัน ด้วยการทาอายชาโดว์สีแดงสด กรีดทับด้วยอายไลเนอร์สีดำ สุดคมกริบ แค่นี้ก็รับรองแล้วล่ะค่ะว่าลุคนี้แซบเวอร์ HELLO! Beauty ขอการันตี




นักมวยยังมีมุมแดง มุมน้ำเงิน งานเมคอัพก็ไม่น้อยหน้า ขอส่งสี Navy Blue มาไฟท์กัน ก็แหมขึ้นชื่อว่าปาร์ตี้ก็ต้องจัดกันเวลากลางคืน จริงมั้ยคะสาวๆ ดังนั้นวันนี้มาจัดเต็มกันด้วยโทนสีน้ำเงินสุดแซบ ที่ซ่อนไว้ซึ่งเสน่ห์แห่งความลึกลับ น่าค้นหาufabet

นับว่ายากพอตัวในการที่สาวๆจะลุกขึ้นมา เลือกซื้อเมคอัพสีน้ำเงินสดมาประดับไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งที่บ้าน แต่ถ้าคุณเป็นสาวที่ชื่นชอบการแต่งหน้าแบบดุดัน ในสไตล์ของสโมกกี้อายแล้วล่ะก็ บอกเลยว่าไม่ยากแล้วล่ะค่ะ เพียงแค่ปลุกความกล้าในตัวคุณ

 พร้อมโดดเด่นยามค่ำคืน สเต็ปแรกลิงเริ่มจากการนำอายชาโดว์เนื้อเจลแบบมีกลิตเตอร์ มาเขียนรอบขอบตาล่างทับลงไปบนเส้นอินเนอร์ไลเนอร์ที่สาวๆวาดอยู่เป็นประจำ แล้วเพิ่มความหนาให้เด่นชัดขึ้น เมื่อเริ่มชินค่อยปรับเพิ่มเลเวลความแซบตามลำดับ ลองดูนะคะ บางทีจากที่สี Navy Blue เป็นสีที่ไม่เคยอยู่ในหัว อาจจะกลายเป็นสีประจำตัวก็ได้นะคะ




ความเปรี้ยว แบบซ่าส์ คงบ่งบอกเอกลักษณ์ของสี Autumn Maple ได้ดีที่สุด ความสดใส ความสนุกสนานที่ถูกส่งผ่าน ทำให้สีส้มที่คิดว่าร้อนแรง กลายเป็นสีที่เปล่งประกายความอบอุ่น และมีกลิ่นอายแห่งความหรูหราหลอมรวมอยู่ด้วยufabet

นับว่าเป็นสีที่แต่งง่ายสีหนึ่ง เพราะเชื่อว่าสาวๆต้องมีลิปสติกโทนสีส้มติดกระเป๋าไว้แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นชมพูอมส้ม ส้มอมแดง หรือส้มอิฐอมน้ำตาล นับเป็นโทนสีฮอตฮิต ยิ่งถ้าลงเบสอายชาโดว์ด้วยสีครีมอมทอง จากนั้นลงสีน้ำตาลแบบมีกลิตเตอร์ทับแบบเน้นๆ

 แล้วเพิ่มเติมความสดใสด้วยอายไลเนอร์สีส้มสุดจี๊ด คอมพรีทลุคด้วยลิปสติกสีแดงก่ำ แค่นี้ก็พร้อมไปโดดเด่น สดใสในงานปาร์ตี้แล้วล่ะค่ะ หรือถ้าเป็นวันเบาๆ ก็แค่เปลี่ยนสีลิปสติกให้ดูซอฟท์ลงเป็นสีชมพูอมส้มแบบนู้ดๆ เรียกได้ว่า แค่เปลี่ยนลิป ก็เปลี่ยนลุคได้เลยค่า




ฤดูหนาวมาเยือน ต่างประเทศอาจจะนึกถึงเกล็ดหิมะแสนสวย แต่สาวๆไทยอย่างเราๆ ก็ลองจินตนาการกันไปก่อนแล้วกันค่ะ ความเยือกเย็น ความสงบที่มาพร้อมกับโทนสี Natural Grey สีเทาที่มาพร้อมความสง่างาม หรูหรา คลาสสิก แต่จะแต่งออกมาอย่างไรได้นั้น มันมีเคล็ดลับค่ะ

สาวๆลองหยิบเมคอัพโทนสีดำ เทาๆ มาแต่งหน้าในแบบของสโมคกี้ แต่ไม่ต้องเน้นสีดำหนักมือมากนัก เบี่ยงๆไปทางโทนสีน้ำตาลอมเทา จับคู่แมตซ์เข้ากับโทนสีเงิน แบบกลิตเตอร์เน้นๆ พร้อมวาดอายไลเนอร์แบบเฉียบๆ คมๆ ถ้าเป็นสาวสายปาร์ตี้ตัวจริงก็จัดลิปสติกสีดำ เมทัลลิคไปเลย

 แต่ถ้ายังไม่แซบพอ ก็ลองเลือกลิปสติกสีแดงเฉดที่ใช้บ่อยๆไปก่อน ก็เจิดไม่แพ้กัน HELLO! รับรองค่ะ ufabet



และโทนสีสุดท้าย ส่งท้ายความสนุกปลายฤดูหนาวดับสี Shaded Spruce โทนสีเขียวไข่กา ที่ได้รับอิทธิพลจากการย่างเข้าฤดูใหม่ ทำให้สีเขียวเข้ามาติดโผของ 5 โทนสีสุดฮอตนี้ด้วย ซึ่งสีลักษณะนี้จะให้ความรู้สึกสงบ เย็น ดูคลาสสิกไม่แพ้สีเทาเลยทีเดียว

ถ้าพูดถึงลุคการแต่งหน้าแล้วล่ะก็เขียว ทอง น้ำตาลดูจะเป็นตัวเลือกที่ดี ที่ทำให้สาวๆกล้าที่จะลุกขึ้นมาหยิบเมคอัพสีเขียวโทนต่างๆมาใช้ในวันนี้ ขั้นตอนการเริ่มต้นความแซบทำได้ไม่ยากลองเริ่มจากลงสีเขียวแบบอ่อนๆ แล้วค่อยๆเพิ่มระดับเลเวลความเข้มขึ้นทีละน้อย งานนี้เชื่อเถอะว่าได้ลุคใหม่ ไฉไลกว่าเก่าอย่างแน่นอน

14



มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งเต้านมในประชากรหญิงไทย โดยในแต่ละปีพบผู้ป่วยประมาณ 10,000 คน และเสียชีวิตถึง 5,000 รายต่อปี


สาเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูกufabet

สาเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูกมาจากการติดเชื้อไวรัส Human Papilomavirus หรือเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV) สายพันธุ์ 16 และ 18 ทำให้เซลล์บริเวณปากมดลูกเจริญผิดปกติ และเปลี่ยนเป็นมะเร็งปากมดลูกในที่สุด ดังนั้นจึงมีการคิดค้นวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก(HPV)  จากสองสายพันธุ์ 16 และ 18 ขึ้นมา

 
วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกufabet

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV) มี 2 ชนิด ได้แก่ Quadrivalent vaccine (ชนิดไวรัส 4 สายพันธุ์ คือ 6, 11, 16 และ 18) และ Bivalent vaccine (ชนิดไวรัส 2 สายพันธุ์ คือ 16 และ 18) โดยสามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9-26 ปี ควรได้รับให้ครบก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก และก่อนการติดเชื้อ สำหรับผู้ที่เคยติดเชื้อแล้ววัคซีนไม่สามารถป้องกันการเกิดโรคได้

ทั้งนี้ การป้องกันการติดเชื้อจะเกิดขึ้นภายใน 1 เดือน หลังจากได้รับวัคซีนครบ 3 เข็ม ส่วนระยะเวลาในการป้องกันโรคของวัคซีนยังคงต้องติดตามผลต่อไป เนื่องจากวัคซีนยังไม่มีข้อมูลประสิทธิผลของวัคซีนยาวเกินกว่า 10 ปี

 

อาการข้างเคียงจากวัคซีนมะเร็งปากมดลูกufabet

โดยทั่วไปการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก(HPV) มีความปลอดภัยสูง จึงไม่พบอาการข้างเคียงรุนแรง แต่จะพบอาการปวด บวม แดง คัน บริเวณที่ฉีดวัคซีน ในบางรายอาจมีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน อ่อนเพลีย ผื่นคันตามตัว และอาจมีไข้

ดังนั้น หลังจากฉีดวัคซีน ควรนอนพักเพื่อสังเกตอาการอย่างน้อย 30 นาที และไม่ควรขับรถหรือเดินทางกลับบ้านคนเดียว อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะได้รับวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกแล้ว แต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ก็ยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็น เนื่องจากวัคซีนไม่สามารถป้องการการติดเชื้อได้อย่างสมบูรณ์



ขอขอบคุณ

ข้อมูล :สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

15



เคยดื่มแอลกอฮอล์สังสรรค์กับเพื่อนๆ แล้วเห็นเพื่อนหน้าแดงแปร๊ดกันบ้างไหมคะ หรือบางทีอาจจะเป็นเราเองก้ได้ที่หน้าแดงกว่าชาวบ้านเขา ทั้งๆ ที่ตอนนั้นอาจจะยังไม่เมาก็ได้ แต่เลือดลมทำไมสูบฉีดดีเหลือเกิน บ้างก็อ้างว่าเพราะเป็นคนผิวขาว
เลยเห็นสีหน้าแดงๆ ชัดกว่าคนอื่น แต่แท้ที่จริงแล้วอาการหน้าแดงเวลาดื่มเหล้าแบบนี้ อาจเป็นอาการที่บ่งบอกถึงความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งได้หรือไม่? ไปหาคำตอบกันค่ะufabet


ทำไมดื่มแอลกอฮอล์แล้วหน้าแดง?ufabet

ปรกติเมื่อเราดื่มแอลกอฮอล์ ตับจะทำหน้าที่กำจัดแอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย โดยอาศัยเอนไซม์ที่เปลี่ยนแอลกอฮอล์เป็น Acetaldehyde (หากมีสารนี้ในร่างกายเยอะๆจะทำให้เกิดอาการเมาค้าง) จากนั้นร่างกายก็จะเอาสารตัวนี้ไปทำปฎิกริยาแล้วขับออกจากร่างกายอีกที

สำหรับคนเอเชีย โดยเฉพาะเอเชียตะวันออก จะมีปัญหาที่ยีนส์ ALDH2 ที่ทำให้การกำจัด Acetaldehyde ทำงานได้น้อยลง ผลคือใครที่มียีนส์ตัวนี้มาก ก็จะดื่มเหล้าแปบเดียว ก็ตัวแดงก่ำเป็นลูกตำลึงเรียบร้อย

 

ดื่มแอลกอฮอล์แล้วตัวแดงง่าย เสี่ยงเป็นมะเร็งจริงหรือ?ufabet

การที่ Acetaldehyde สะสมในร่างกายบ่อยๆเพราะกระบวนการกำจัดมันไม่ดี จะทำให้คนกลุ่มนี้มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งสูงกว่าคนอื่นเยอะมาก มีตัวเลขระบุว่า จะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งหลอดอาหาร สูงกว่าคนทั่วไป 6-10 เท่า และถ้าคนกลุ่มนี้ดื่มเหล้าประจำสม่ำเสมอ
 จะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งหลอดอาหารสูงกว่าคนทั่วไป ราว 90 เท่าดังนั้นใครที่มีอาการหน้าแดงก่ำเมื่อดื่มแอลกอฮอล์ ขอให้ลองไปตรวจร่างกายดูบ้าง หรือดื่มแอลกอฮอล์ให้น้อยลง จะดีต่อสุขภาพมากกว่านะคะ

หน้า: [1] 2