แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
โอ้โห!!! BTS เสียทั้งวันทั้งคืนมา 3 วันรวด แถมล่าสุดพ่วงมาด้วย MRT ก็เสียไปด้วยอีก เหล่ามนุษย์ออฟฟิศทั้งหลายก็ได้แต่ถอนใจ ทำอะไรไม่ได้นอกจากโวยวายผ่านโซเชียลกันสนั่น เมื่อเป็นเช่นนี้หลายคนที่เคยหวังให้รถไฟฟ้าเป็นการเดินทางหลักที่จะช่วยให้ชีวิตแสนสะดวกสบายในเมืองกรุงก็เป็นอันพังทลายในพริบตา แล้วแบบนี้หากคิดจะลงทุนควักเงินซื้อคอนโดราคาแสนแพงติดสถานีรถไฟฟ้ายังจำเป็นอยู่หรือไม่

 

ระบบคมนาคมขนส่งในบ้านเราเป็นที่ทราบกันดีว่า “ยังไม่มีอะไรสมบูรณ์พร้อม” จริงไหมคะ รถเมล์ก็รอนานกว่าจะมาแต่ละสาย วินมอเตอร์ไซค์ก็เรียกค่าโดยสารแพง แท็กซี่ก็ช่างเลือก เรือด่วนเจ้าพระยา เรือคลองแสนแสบก็มีเส้นทางไม่ครอบคลุมมากนัก พอเก็บเงินซื้อรถยนต์หวังความสะดวกสบาย แต่ต้องติดอยู่บนถนนหลายชั่วโมง ซึ่งถ้านับเวลาที่อยู่บนถนนก็สามารถขับรถออกต่างจังหวัดได้เลยใช่ไหมคะ สุดท้ายรถไฟฟ้าจึงเป็นทางเลือกที่ประหยัดเวลาที่สุดสำหรับการเดินทางในกรุงเทพฯ และปริมณฑลบางช่วงที่รถไฟฟ้าเข้าถึง หากไม่เกิดเหตุการณ์เสียบ่อยในชั่วโมงเร่งด่วนเช่นนี้


 

ในส่วนของคอนโดมิเนียมหลายโครงการก็พยายามหาทำเลเหมาะๆ ใกล้สถานี เพื่อตอบสนองวิถีชีวิตอันเร่งรีบ แบบที่ลงมาจากคอนโดปุ๊บ เดินอีกไม่กี่ก้าวก็ขึ้นสถานีรถไฟฟ้าไปทำงานได้เลย ประหยัดเวลาไปได้อีกเยอะเลยค่ะ แต่หากสถาณการณ์รถไฟฟ้าในปัจจุบันยังไม่สู้ดีอยู่  เช่นนี้ ประกอบกับราคาคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าอันแสนแพง เราก็คงอาจจะต้องย้อนกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองกันใหม่ว่า คอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราจริงหรือไม่ เพราะสิ่งที่พอจะเป็นทางออกของการเดินทางในกรุงเทพฯ ได้ในขณะนี้ คือนอกจากจะต้องเผื่อเวลาการเดินทาง ก็ต้องวางแผนการเดินทางเอาไว้หลากหลายเส้นทางด้วย เช่น ใครที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวถ้าใช้การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเป็นหลัก ก็อาจจะต้องหาโครงการที่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าไปพร้อมๆ กับมีป้ายรถเมล์ วินมอเตอร์ไซค์อยู่ใกล้ๆ ไปด้วย แต่ถ้าใครใช้รถยนต์  ส่วนตัว นอกจากจะมองหาคอนโดมิเนียมที่ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนแล้ว ก็ต้องสามารถเลือกไปขึ้นรถไฟฟ้าได้ด้วยเป็นแผนสำรองในบางวันเอาไว้ หรือจะเลือกอยู่คอนโดมิเนียมใกล้กับออฟฟิศไปเลยก็น่าสนใจนะคะ จะได้ตัดปัญหาเรื่องการเดินทางออกไปเลย


BTS เสียบ่อย แล้ว คอนโด ติดรถไฟฟ้ายังจำเป็นอยู่ไหม ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.plawharn.com/

2
9 วิธี พิชิตกลิ่นอับในรถ คุณเคยขึ้นรถมาแล้วพบว่ามีกลิ่นอับบ้างรึป่าวค่ะ หากคุณเคยประสบปัญหาเรื่องกลิ่นอับในรถ วันนี้เรามีวิธีการกำจัดกลิ่นอับในรถมาฝากกัน

1. ใช้น้ำหอมดับกลิ่น วิธีนี้เป็นวิธียอดนิยม แต่บางครั้งพบว่ากลิ่นน้ำหอมเมื่อผสมกับกลิ่นอับในรถ ทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

2. ใช้ถ่านหุงข้าว วางไว้ตามมุมต่างๆของรถ จะช่วยดูดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ดี

3. ใช้เจลผงถ่าน ซึ่งจะให้ผลทั้งเรื่องดับกลิ่นอับในรถ และให้ความหอม

4. ใช้พืช ดอกไม้และสมุนไพรดับกลิ่น เช่น ใบเตย ตะไคร้ ใบมะกรูด ดอกมะลิ ใบชาจีนแห้ง วิธีนี้ก็นิมยมเช่นกัน แต่บางคนก็แพ้กลิ่นเหล่านี้

5. ใช้น้ำส้มสายชู โดยเทน้ำส้มสายชู 2-3 ช้อนโต๊ะใส่ถ้วยเล็กๆ ตั้งทิ้งไว้ในรถประมาณ 1-2 ชั่วโมง ความเปรี้ยวของน้ำส้มสายชู จะช่วยดูดกลิ่นอับชื้นในรถให้หายไป แต่อาจจะเหลือกลิ่นเหม็นเปรี้ยวไว้ให้ดมแทน

6. จอดรถกลางแดด พร้อมเปิดประตุทุกบาน จอดทิ้งไว้สักครึ่งวัน รับรองว่ากลิ่นเหม็นอับหายเกลี้ยง

7. หมั่นทำความสะอาดเบาะนั่ง

8. ไม่นำผลไม้กลิ่นแรงขึ้นรถ เช่น ขนุน ทุเรียน

9. หมั่นไล่ความชื้นจากตู้แอร์ โดยการกดปุ่ม ACC ที่ระบบแอร์เพื่อปิดความเย็น แล้วเปิดลมแรงสุด ทำสัก 3-4 นาทีก่อนดับเครื่องยนต์

เมื่อรู้กันแล้ว ว่ามีวิธีไหนบ้างที่ช่วยกำจัดกลิ่นอับในรถ ก็อย่าลืมลองทำดูกันนะคะ

กำจัดกลิ่น เหม็นกวนใจ ปัญหากลิ่นจากท่อระบายน้ำ

ท่ออ่างน้ำ จากของใกล้ตัว เชื่อว่าเป็นปัญหากวนใจเพื่อนๆ หลายคนแน่นอนกับกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่ลอยมาจากท่อระบายน้ำ ท่ออ่างน้ำ ทำลายบรรยากาศดีดีในบ้านเพื่อนๆไป กลิ่นที่เกิดจากการสะสมหมักหม่มของคราบไขสบู่ ยาสีฟัน หรือจะหนักไปถึงคราบเศษอาหาร เรามาหาวิธีจำกัดกลิ่นกันดีกว่า

1.นำก้อนสบู่เล็กๆ หรือ ก้อนปรับอากาศ มาผูกเชือกติดกับฝาท่อห้องน้ำ ฝาท่อระบายน้ำ

2.ผสมเบกกิ้งโซดา 1/2 ถ้วยและเกลือ 1/4 ถ้วย เข้าด้วยกัน เทส่วนผสมลงในท่อ ตามด้วยน้ำส้มสายชู 1 ถ้วย ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที หรือนานกว่านั้น ใช้น้ำร้อนเทราดตามลงไป กลิ่นกวนใจจะจางไป สดชื่นขึ้น หมั่นเทน้ำส้มสายชูลงไปเรื่อยๆ




หากคุณเคยประสบปัญหาเรื่องกลิ่นอับในรถ วันนี้เรามีวิธีการ กำจัดกลิ่น อับในรถมาฝากกัน ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/วิธีบำบัดน้ำเสีย/

3
PrimeTime ผู้ให้บริการธุรกิจทีวีออนไลน์ แบบออนดีมานด์ ที่มีภาพยนตร์ใหม่ ภาพยนตร์ฮิต พร้อมทั้งซีรีย์ดังมากมาย พร้อมเปิดให้บริการ เอาใจคอหนังชาวไทยแล้ววันนี้

โดยรับชมผ่านอินเทอร์เน็ต ในรูปแบบ Video on demand (VOD) ที่สามารถ สมัครแพ็คเกจชม ภาพยนตร์สุดฮิตกว่า 1,000 เรื่องต่อปี และ ซีรีย์ ดังกว่า 2,000 ตอนต่อปี อย่างถูกลิขสิทธิ์จาก 6 ค่ายชั้นนำของฮอลลีวูด ไม่ว่าจะเป็น Walt Disney, Warner Bros, 20th Century Fox , Paramount, NBC Universal และ Sony Pictures

มีให้เลือกทั้งแบบพากย์ไทย และซาวน์แทร็ก บทบรรยายไทย หรือ บทบรรยายอังกฤษ มีความคมชัดสูงสุดถึงระดับ Full HD พร้อมด้วยระบบเสียง DTS Surround 5.1 และ HeadphoneX (ให้เสียงเซอร์ราวด์ในขณะใส่หูฟัง) ซึ่งเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทศไทย ที่นำคุณภาพระดับสูงมาใช้ในระบบออนไลน์ และมุ่งหน้าสู่การ ให้บริการความคมชัดสูงสุดถึงระดับ Ultra HD ในอนาคตอันใกล้

สำหรับ จุดเด่นของ PrimeTime คือ content ภาพยนตร์ ที่จะเข้าสู่บริการหลังลาโรงเพียง 2-3 เดือนและมีซีรีย์ดังตอนล่าสุด และย้อนหลังพร้อมกันกับอเมริกา (ที่ได้สิทธิ์)

อีกทั้งสามารถรับชมได้กับทุกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ไอแพด คอมพิวเตอร์พีซี และสมาร์ททีวี และยังสามารถรับชมได้ทุกที่ ทุกเวลาและไม่ต้องติดตั้งสาย อะไรให้ยุ่งยากเพียงแค่โหลด แอพพลิเคชั่น PrimeTime ผ่านทางระบบ iOS ที่ App Store และระบบ Android ที่ Google Play

และยังสามารถต่อออกทีวีได้จากหลายอุปกรณ์ เช่น Apple TV, Chromecast และผ่ายสาย HDMI โดยยังคงให้ภาพคมชัดถึงระดับ

Full HD หรือรับชมโดยตรง ผ่านทาง www.GoPrimetime.tv

ทั้งนี้ PrimeTime ยังอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ให้สามารถซื้อ หรือ สมัครบริการได้หลากหลาย ช่องทาง เช่น ระบบ เครดิตการ์ด, PayPal, เคาเตอร์ธนาคาร, ตู้เอทีเอ็ม ,อินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้ง, เคาเตอร์เซอร์วิส เว็บไซต์ www.GoPrimetime.tv และตัวแทนจำหน่าย เช่น DNA, iStudio by Comseven, iBeat by Comseven, Banana IT, Banana Mobile และอื่นๆ

โดยมีแพคเกจให้เลือก ดังนี้บุฟเฟ่ต์หนังฮิตราคา 199 บาท ต่อเดือน, หนังใหม่และบุฟเฟ่ต์หนังฮิต ราคา 299 ต่อเดือน, บุฟเฟ่ต์ซีรีย์ ราคา 299 บาทต่อเดือน และรวมทุกแพคเกจ หนังใหม่ หนังฮิต และซีรีย์ในราคา 549 บาทต่อเดือน (12เดือนเหลือเพียงเดือนละ 399 บาท)

หรือแม้กระทั่งซื้อเฉพาะตั๋วเช่าหนังใหม่ได้ในราคาเริ่มต้น เรื่องละ 75 บาท (ผ่านแอพพลิเคชั่น) ซึ่งลูกค้า สามารถเลือกซื้อได้ ตามความต้องการ โดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ





บริการ หนังใหม่ และซีรีย์ สนองไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ได้ครบทุกรูปแบบของชีวิต  ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.plawharn.com/

4
ปัญหาห้องน้ำมีกลิ่นหรือส้วมมีกลิ่นแรง ส่วนใหญ่เกือบ 100% มาจากท่อน้ำทิ้งที่อยู่ในห้องน้ำที่มีกลิ่นนั้น จะเห็นได้ว่าห้องน้ำบางห้องไม่มีกลิ่น แต่บางห้องกลับมีกลิ่นแรงลอยขึ้นมาตามท่อน้ำทิ้ง ปัญหานี้พบทั้งบ้านอยู่อาศัยทั่วๆไป ทั้งบ้านใหม่และบ้านเก่า คอนโด โรงแรม อพาร์ทเม้นท์เซอร์วิส จะมีกลิ่นเหม็นเพียงบางห้องเท่านั้น

สาเหตุของกลิ่นเหม็นในห้องน้ำเกิดจาก

1. การสะสมจากของเสียที่ใช้ประจำวัน เช่น น้ำสบู่ น้ำแชมพู และอื่นๆที่ใช้ในห้องน้ำ ของเสียเหล่านี้จะถูกชะล้างลงตามท่อน้ำทิ้ง และจะมีบางส่วนของของเสียที่เกาะติดอยู่ข้างท่อน้ำทิ้ง ซึ่งท่อน้ำทิ้งส่วนใหญ่จะเป็นท่อพีวีซี เมื่อนานๆเข้าของเสียเหล่านี้จะส่งกลิ่นเหม็นลอยขึ้นมาตามท่อน้ำทิ้ง

2. ท่อน้ำทิ้งนั้นต่อตรงเข้ากับบ่อเกรอะ โดยเฉพาะบ้านรุ่นเก่า มักจะต่อท่อน้ำทิ้งเข้ากับบ่อเกรอะ ( ตามปกติต้องแยกท่อน้ำทิ้งไว้ต่างหาก ต้องไม่รวมเข้ากับบ่อเกอระ ) ช่วงที่ฝนกำลังตกหรือฝนตกใหม่ๆจะมีกลิ่นจากบ่อเกรอะลอยขึ้นมาตามท่อน้ำทิ้งได้ หรือช่วงฤดูหนาวจะมีกลิ่นลอยขึ้นมา ถ้าอยู่ใกล้กับห้องแอร์จะดูดกลิ่นเหล่านี้เข้าไปภายในห้องแอร์

การแก้ปัญหากลิ่นเหม็นจากท่อน้ำทิ้งและห้องน้ำ

– จากข้อ 1 และ 2 สามารถใช้จุลินทรีย์อีเอ็มเทราดที่ท่อน้ำทิ้งได้เลย เทลงไปประมาณ 4-5 ลิตรต่อจุดของท่อน้ำทิ้งที่มีกลิ่น และส่วนหนึ่งเทลงในโถส้วม นำอีกส่วนผสมน้ำครึ่งต่อครึ่งทำความสะอาดพื้นห้องน้ำ ( ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหน้าที่ของแม่บ้านทำความสะอาด )ใช้ขัดและทำความสะอาดพื้นห้องน้ำให้ทั่วๆวันละครั้ง กลิ่นที่เหม็นก็จะหายไป


การใช้ จุลินทรีย์ชีวภาพ ดับกลิ่นในห้องน้ำห้องส้วม ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/จุลินทรีย์ชีวภาพ/

5
เปิดประสบการณ์ใหม่ชวนไปเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศกันที่ ผับญี่ปุ่น ด้วยกันที่สุดยอดไนท์คลับที่ดีที่สุด ในญี่ปุ่น ! บอกเลยว่าทั้งมันส์ ทั้งตื้ด ถ้ามาแล้วรับรองว่าจะติดใจ เปลี่ยนความคิดซะใหม่ว่าญี่ปุ่นไม่ได้มีดีแค่เรื่องอาหารและช้อปปิ้งเท่านั้น แต่ยังมีความมันส์ไม่แพ้ประเทศไหนเลยเชียวล่ะ

1. SOUND MUSEUM VISION : สัมผัสสุดยอดดนตรีอิเล็คทริคสุดมันส์
แนวเพลง : Techno, Electric, etc
ใช้เวลาในการเดินเพียงแค่ 5 นาทีจากสถานีรถไฟ Shibuya ก็จะมาถึงจุดหมายแห่งแสงสีและเสียงดนตรีที่มีชื่อว่า SOUND MUSEUM VISION แค่ชื่อก็เท่กินขาดแล้ว ส่วนเรื่องคอนเซ็ปต์นั้นบอกเลยว่าไม่แพ้กัน

SOUND MUSEUM VISION แห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่ชั้นใต้ดินส่วนหนึ่งของย่าน Shibuya ที่เรียกได้ว่ามีขนาดใหญ่ค่อนข้างมาก การออกแบบสามารถสื่อสารออกมาได้หลากอารมณ์ตามความรู้สึกและแนวเพลงที่เล่นในวันนั้น ๆ

ที่สำคัญที่นี่ยังถือเป็นคลับที่มี Custom-made Sound Systems ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งระดับโลกอีกด้วย โดยทางคลับตั้งใจให้ที่นี่เป็นเหมือนพื้นที่อันว่างเปล่าของชั้นใต้ดินที่รอการแต่งเติมด้วยสีสันแห่งความสนุกสนานของเสียงดนตรีจากเหล่าดีเจและจิตวิญาณของผู้มาร่วมงานทุกคน

นอกจากความสนุกที่ได้รับแล้ว เรายังสามารถเสพงานศิลป์ที่ในบางครั้งจะถูกนำมาจัดแสดงไว้ที่คลับแห่งนี้อีกด้วย นับเป็นสถานที่ที่รวมเอาวัฒนธรรมความสนุกของผู้คนและศิลปะเข้าด้วยกันไว้ได้เป็นอย่างดี

2.WOMB : รวมศิลปิน EDM ชื่อดังระดับโลก
แนวเพลง : Electronic
WOMB คือ ไนท์คลับที่เรียกได้ว่ามีชื่อ ในย่าน Shibuya เพราะเปิดมาตั้งแต่ปี 2000 ประกอบไปด้วยพื้นที่มากถึง 4 ชั้นให้เราได้เข้ามาร่วมสนุกสนานกับเสียงดนตรีในยามค่ำคืน

ที่ชั้น 1 นั้นนับได้ว่าเป็นสวรรค์ของคนรักเสียงดนตรีอย่างแท้จริง เพราะอัดแน่นไปด้วยระบบเสียงดิจิตอลคุณภาพเยี่ยม พร้อมแสงสีสวยงาม และเลเซอร์ฉายแสงเพื่อสร้างบรรยากาศ ถูกใจเหล่าผีเสื้อราตรีเขาล่ะ

ความพิเศษคือที่นี่มักเชิญ DJ และศิลปินฝีมือดีจากทั่วโลกมาแสดงสด ๆ ที่คลับแห่งนี้เพื่อเป็นการนำเสนอสุดยอดของรูปแบบและแนวดนตรีล่าสุดที่ทันสมัยกว่าใครมาอัพเดทให้ชาวโตเกียวได้มันส์กัน



เปิดประสบการณ์ความมันส์ที่ ผับญี่ปุ่น ดีที่สุดในโตเกียว  ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://tomorrowland.club/ผับ/

6

เมนูสลัด อาหารลดน้ำหนักสำหรับสาว ๆ ถ้าให้กินทุกวันคงทนไม่ไหว จะดีกว่าไหมถ้าได้เมนูเส้นบุกแคลอรีต่ำทำเองง่าย ๆ มาเป็นทางเลือก ขอนำเสนอวิธีทำเส้นบุกผัดเห็ดหูหนูกระเทียมดอง สูตรจาก นิตยสารแม่บ้าน สูตรนี้จับเส้นบุกผัดกับเนื้ออกไก่และเห็ดหูหนู เพิ่มความหวานกลมกล่อมจากกระเทียมดอง หรือถ้าใครชอบความแซ่บจะดัดแปลงทำเป็นเมนูยำเส้นบุกก็ตามสบายเลย

ส่วนผสม เส้นบุกผัดเห็ดหูหนูกระเทียมดอง

• เส้นบุก 250 กรัม
• น้ำมันรำข้าว 3 ช้อนโต๊ะ
• กระเทียมสับ 1/2 ช้อนโต๊ะ
• กระเทียมดองซอย 2 ช้อนโต๊ะ
• เนื้ออกไก่ลอกหนัง หั่นชิ้นบาง 50 กรัม
• เห็ดหูหนูหั่นชิ้นเล็ก 1/2 ถ้วยตวง
• กะหล่ำปลีหั่นชิ้นเล็ก 1/2 ถ้วยตวง
• ซอสปรุงรส 1/2 ช้อนโต๊ะ
• ซอสหอยนางรม 1/2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
• ไข่ไก่ 1 ฟอง
• มะเขือเทศหั่นเสี้ยว 1/2 ลูก
• ต้นหอมซอย 2 ต้น
• น้ำเปล่า

วิธีทำเส้นบุกผัดเห็ดหูหนูกระเทียมดอง

• 1. ต้มน้ำเปล่าพอเดือด ใส่เส้นบุกลงลวกสักครู่ ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ

• 2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันรำข้าว 2 ช้อนโต๊ะ ใส่กระเทียมลงผัดให้เหลืองหอม เติมกระเทียมดองและเนื้อไก่ ผัดเนื้อไก่พอสุก

• 3. ใส่เส้นบุกผัดให้เข้ากัน ลดเป็นไฟอ่อน ใส่เห็ดหูหนูกับกะหล่ำปลี เติมน้ำเปล่าเล็กน้อย ผัดให้เข้ากัน

• 4. ปรุงรสด้วยซอสปรุงรส ซอสหอยนางรม น้ำปลา และน้ำตาลทราย คลุกเคล้าให้เข้ากัน เสร็จแล้วจัดส่วนผสมเอาไว้ด้านหนึ่งของกระทะ



เส้นบุกผัดเห็ดหูหนูกระเทียมดอง เมนู อาหารลดน้ำหนัก อร่อยน่าลอง ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://thetastefood.com/อาหารลดน้ำหนัก/

7
การจัดฟันด้านในแบบ Light Lingual เป็นการติดเครื่องมือบริเวณด้านหลังหรือด้านในของฟัน ตัวเครื่องมือจะถูกออกแบบมาเฉพาะกับฟันแต่ละซี่ในแต่ละบุคคล โดย Light Lingual จะมีขนาดที่เล็กลงกว่าเดิม จึงช่วยลดแรงเสียดทานและแรงต้านทานได้เป็นอย่างดี ในขณะสนทนาหรือยิ้มแย้มจึงไม่เห็นเป็นที่สังเกตได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาการเรียงตัวของฟันผิดปกติและไม่ต้องการให้ผู้อื่นสังเกตเห็นเครื่องมือการจัดฟัน ในการจัดฟันด้านในโดยทั่วไปแล้วจะใช้เวลาในการจัดฟันพอ ๆ กับการจัดฟันด้านนอก แต่ในบางกรณีอาจจะใช้เวลาน้อยกว่าด้วย

อยากจัดฟัน

ข้อดีของการจัดฟันด้านในแบบ Light Lingual

สามารถทำการรักษาได้เกือบทุกรณี ทุกเพศ ทุกวัย
ทำให้ยิ้มได้อย่างมั่นใจและไม่มีใครรู้ว่ากำลังจัดฟันอยู่ เพราะเป็นการติดเครื่องมือที่ด้านหลังของฟัน ซึ่งจะแตกต่างจากการจัดฟันด้านนอกแบบทั่วไป
ไม่ก่อให้เกิดการทำลายผิวฟันด้านหน้า เนื่องจากเป็นการจัดฟันด้านใน
ให้ผลลัพธ์ที่ดี ด้วยวิธีการที่ง่ายและการรักษาที่รวดเร็วขึ้น รวมไปถึงความสะดวกสบายเมื่อสวมใส่ เครื่องมือจัดฟัน Light Lingual เป็นเครื่องมือที่เน้นความสำคัญไปที่การทำให้แรงเสียดทานและแรงต้านน้อยลง จึงทำให้ฟันเคลื่อนตัวได้เร็ว ระยะเวลาในการรักษาจึงสั้นลงด้วย ทำให้ผู้รับการรักษาไม่ต้องยุ่งยากลำบากใจ เพราะสามารถควบคุมการเคลื่อนตัวของฟันได้แบบ 3 มิติ ทำให้กำหนดผลลัพธ์ได้ในเวลาอันสั้น
การจัดฟันด้านในแบบ Light Lingual ความกังวลต่าง ๆ ของคุณจะหมดไป เมื่อคุณไม่ต้องคอยห่วงอีกต่อไปว่าฟันจะเรียงตัวผิดรูปผิดร่าง หรือเกิดความผิดพลาดในระหว่างการรักษาหรือไม่



จัดฟันบางนา การจัดฟันด้านในแบบ Light Lingual  ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.idolsmiledental.com/จัดฟันบางนา/

8
ห้องครัว เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่สุดโปรดของใครหลายคนเลยก็ว่าได้ เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากเจอห้องครัวรกๆ และดูโทรมไม่น่ามองแน่ๆ วันนี้ Gurubaan. ก็มีวิธีแปลงโฉมห้องครัวแบบเดิมๆ ให้ดูใหม่ขึ้นและน่าใช้กว่าเดิมมาฝากกันค่ะ รับรองว่าจะ ต้องถูกใจใครหลายคนอย่างแน่นอน

Cr: Dwell Beautiful

ห้องครัวแบบเดิมนี้ มองครั้งแรกจะสัมผัสได้ถึงความเก่าและไม่ทันสมัย ชั้นวางของต่างๆ เน้นสีโทนสว่างเพื่อเพิ่มความสว่างให้กับห้อง ส่วนโต๊ะกลางและเก้าอี้ก็เปลี่ยนใหม่ให้ดูโปร่งๆ ขึ้น แค่นี้ครัวของคุณก็ดูโมเดิร์นขึ้นมาแล้วล่ะค่ะ

Cr: Hometalk

ครัวไม้เล็กๆ ดูธรรมดา สีเฟอร์นิเจอร์ของห้องไม่คมชัดและไม่สดใส เมื่อมองรวมๆ แล้วทำให้ห้องนี้ดูเก่า และหม่นหมอง ปรับโฉมใหม่ด้วยการใช้เฟอร์นิเจอร์และโทนห้องสีขาว เพื่อให้มุมนี้ดูโปรง โล่ง สบายๆ

Cr: simplymaggie

ห้องครัวที่ถูกปรับแต่งใหม่โดยใช้สีขาวของเฟอร์นิเจอร์ทำให้ห้องครัวดูสว่าง และน่ามองมากขึ้น หน้าต่างที่ช่วยให้แสงจากธรรมชาติส่องเข้ามาอย่างเพียงพอ เติมความคลาสสิคด้วยโต๊ะกลางแบบเก่าๆ ให้กับห้องครัว จะทำให้ครัวดูแปลกไม่เหมือนใคร

Cr: minimalisti

ครัวที่มีเฟอร์นิเจอร์ไม้อาจจะดูไม่ค่อยโมเดิร์นสักเท่าไหร่ การปรับแต่งด้วยสีขาวเรียบๆ ทำให้ครัวดูสวยงามสะอาดตามากยิ่งขึ้น อาจจะหาโต๊ะกลางเก๋ๆ มาวางเพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่ในการทำอาหาร แค่นี้ก็ดูสวยน่าใช้งานไม่น้อยเลยทีเดียว

Cr: Design*Sponge

ครัวแบบธรรมดาก็สามารถเติมแต่งให้ดูมีสไตล์ได้ โดยการเปลี่ยนสีเฟอร์นิเจอร์ และผนังด้วยโทนสว่าง หรือจะใช้โทนสีพาสเทลก็ได้ตามแต่ความชอบของคุณ เจ๋งไปแล้วแถมยังให้อารมณ์คล้ายห้องครัวแนววินเทจอีกด้วย

Cr: thisoldhouse

ห้องครัวส่วนมากจะไม่มีความหวือหวา ของสีสันมากมาย เราสามารถทำให้ห้องครัวสวยงามท่ามกลางความเรียบง่ายได้ ด้วยการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์สีความสบายอย่างสีขาว ปรับความสมดุลให้กับห้องของคุณ แล้วตกแต่งด้วยโคมไฟเก๋ๆ แค่นี้ก็จะได้ห้องครัว สวยสะอาดแล้ว

Cr: decorola

เพิ่มความสดใสให้กับห้องครัว ด้วยการปรับปรุงชั้นวางของต่างๆ โดยเน้นสีขาวสดใสให้มีความทันสมัยมากขึ้น และเพิ่มความน่ารักด้วยโคมไฟเก๋ๆ ให้กับครัวเพื่อให้มุมนี้ดูโปรง โล่ง สบายๆ นั่นเอง

Cr: Chris Loves Julia

แต่งมุมห้องครัวด้วยโทนสีเข้ม ยิ่งทำให้มันดูอึดอัด และแคบๆ ไม่น่าอยู่ ไม่อยากจะตกแต่งให้เปลืองมาก ลองเปลี่ยนสีของเฟอร์นิเจอร์เป็นโทนสีเทาเข้ามาตัดกับผนังสีขาว เติมความสว่างด้วยการเลือกใช้กระเบื้องปูพื้นสีขาว ก็จบและล่ะค่ะ





ไอเดียแปลงโฉม เฟอร์นิเจอร์ ห้องครัวเดิมๆ ให้ดูสวยน่าใช้งาน  ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.plawharn.com/

9
สายสุขภาพต้องจัดเมนูซุปฟักทองน้ำเต้าหู้สักถ้วย มีความสีสวยเนื้อเนียนข้น โรยธัญพืชและขนมปังกรูตองหน่อย อูย… หน้าตาเลอค่า อิ่มท้องยันเที่ยง

จากที่เคยทำเมนูซุปฟักทอง ลดน้ำหนักใส่ครีมสดหรือวิปครีม ลองเติมน้ำเต้าหู้แคลอรีต่ำแทนดีไหม ขอนำเสนอวิธีทำซุปฟักทองน้ำเต้าหู้ จับฟักทองผัดกับหอมใหญ่ เติมน้ำซุปผักแล้วปั่นกับน้ำเต้าหู้ ก่อนเสิร์ฟโรยพริกไทยหน่อย อิ่มอร่อยเบา ๆ ยามเช้า

ส่วนผสม ซุปฟักทองน้ำเต้าหู้

​​ ​​​​ ​​​​​​•​ ฟักทอง (หั่นชิ้นเล็ก) 1/2 ถ้วย
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ หอมใหญ่ (หั่นเต๋า) 1 ถ้วย
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำซุปผัก 2 ถ้วย
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำเต้าหู้ 1 ถ้วย
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำเปล่า 2 ถ้วย
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ เกลือ 1 ช้อนชา
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ พริกไทยป่น 1 ช้อนชา

วิธีทำซุปฟักทองน้ำเต้าหู้

1. เทน้ำเปล่าลงในหม้อ เปิดไฟแรง ใส่ฟักทองที่หั่นแล้วลงต้มจนสุก ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ พักไว้
2. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันมะกอกลงไป นำหอมใหญ่ลงผัดจนสุก ใส่ฟักทองที่ต้มแล้วลงไป เติมเกลือและพริกไทยแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน
3. เทน้ำซุปผักลงไปเคี่ยวจนสุกเละ ยกลงแล้วนำไปปั่นจนละเอียด จากนั้นใส่น้ำเต้าหู้ลงปั่นให้เข้ากันอีกครั้ง
4. ตั้งหม้อโดยใช้ไฟอ่อน เทส่วนผสมทั้งลงไปเคี่ยวอีกทีก็เป็นอันเสร็จสิ้น

หน้าตาไม่ธรรมดาแบบนี้ต้องลองจัดสักหม้อ ใครไม่มีเครื่องปั่นก็บดฟักทองด้วยตะแกรงแทนได้ แม้จะเหนื่อยหน่อยแต่อร่อยดีต่อกายนะคะ



อาหารเพื่อสุขภาพ ซุปฟักทองน้ำเต้าหู้ เมนูซุปสีสวยเนื้อเนียนอิ่มอร่อยเติมสุขภาพ  ดูเพิ่มเติมได้ทีนี่ http://thetastefood.com/อาหารเพื่อสุขภาพ/

10
รวมร้านอาหารอีสานแซ่บ ๆ อร่อย ๆ ในกรุงเทพฯ บรรยากาศสบายและเป็น หลายคนกำลังมองหาร้านอาหารอีสานอร่อย ๆ เอาไว้สำหรับชวนเพื่อนและครอบครัวไปนั่งสังสรรค์ วันนี้เราเลยรวบรวมร้านอาหารอีสานสุดแซ่บทั่งกรุง ที่สำคัญราคาสบายกระเป๋ามาฝากกัน รับรองแต่ละร้านแซ่บสะเด็ดเผ็ดถึงทรวงอย่าบอกใคร

แซ่บสะเด็ด…ร้านอาหารอีสานในกรุงเทพฯ

1. ร้านตำแหลก

ปัจจุบันร้านตำแหลกมีจำนวนทั้งสิ้น 4 สาขา ลูกค้าทุกคนที่มาร้านนี้จะต้องสะดุดตากับการตกแต่งร้านสีสันสดใส แต่กลับดูแล้วสบายตาอย่างประหลาด อิ่มเอมไปกับอาหารรสแซ่บที่มีให้เลือกหลากหลายเมนู แต่ลูกค้าที่มาที่นี่ส่วนใหญ่มักสั่งตำมะม่วงใส่ปลากรอบชะอม ไก่ทอดกันทุกคน จนกลายเป็นซิกเนเจอร์ของทางร้าน นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่น ๆ มากมาย ทั้งลาบ น้ำตก ยำ ที่การันตีความจัดจ้านจนคำสุดท้ายตามสูตรการปรุงแบบอีสานขนานแท้

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวันเวลา 10.30-22.00 น.
ที่ตั้ง : ร้านมีทั้งหมด 4 สาขา สามารถดูรายละเอียดและเบอร์ติดต่อของสาขาได้ที่ www.tumlaek.com

2. ส้มตำนัว

ร้านส้มตำติดแอร์ที่มีเมนูอีสานให้เลือกหลากหลาย เป็นร้านส้มตำที่คุ้นเคยกันดีในหมู่คนหนุ่มสาวย่านสยามสแควร์ ด้วยพื้นที่ที่ค่อนข้างจำกัด บางครั้งลูกค้าอาจต้องรอต่อคิวชั่วครู่ แต่ถ้าใครอยากหามุมนั่งที่สะดวกสบายกว้างขว้าง แนะนำส้มตำนัวที่สาขาเกษตร-นวมินทร์ ซึ่งมีที่นั่งหลากหลายโซนให้เลือก แถมยังมีดนตรีสดมาเล่นให้ฟังอีกต่างหาก ส่วนเมนูอาหารมีทั้งไก่ทอด ส้มต้มมั่วที่ใส่เครื่องครอบครัน ทั้งแคบหมูและหมูยอ นัวเข้ากับน้ำส้มตำ นำไปคลุกเคล้ากับเส้นมะละกอหรือขนมจีน หรือจะสั่งต้มแซ่บกระดูกอ่อน เอาไว้ซดน้ำพอให้คล่องคอ เรียกได้ว่ากินกันจนเพลินเลยทีเดียว

ที่ตั้ง: ร้านมีทั้งหมด 2 สาขา

3. ส้มตำคุณกัญจณ์

ร้านอาหารอีสานบนถนนสายสุขุมวิท 101/1 บรรยากาศร้านเปิดโล่งสะอาดตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงแดดร่มลมตก ลูกค้าหลายคนเลือกที่จะใช้บริหารที่นั่งนอกร้าน ทั้งนี้ความร่มรื่นของต้นไม้ในบริเวณร้านช่วยบดบังแสงแดดช่วงยามเย็นให้ไม่ร้อนจนเกินไป รายการอาหารที่พลาดไม่ได้ของทางร้าน ได้แก่ ไก่ย่าง ที่ย่างจนหนังกรอบกำลังดี เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด คอหมูย่าง ที่หั่นมาให้อย่างพอดีคำ ทานคู่กับข้าวเหนียว ตำมะพร้าวอ่อน ซึ่งตัวมะพร้าวอร่อยนุ่ม เข้าถึงรสชาติความเปรี้ยว หวาน เผ็ดในจานเดียว เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการใส่ใจในรายละเอียดของทุกเมนูอาหารของทางร้าน ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพและปริมาณอย่างถึงที่สุด




แซ่บสะเด็ด…ร้านอาหาร อีสานในกรุงเทพฯ  ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.plawharn.com/category/travel-and-foods/

11
ชวนทำเมนูยำตำรับมุสลิมนั่นคือ เมนูรอเยาะกาปง สูตรอาหารอาเซียนคล้ายกับเมนูเต้าคั่วหรือสลัดทะเลสาบตำรับใต้ แต่ไม่ใส่หูหมูกับหมูต้ม รสชาติออกหวานเค็มจากน้ำรอเยาะ ตัดเลี่ยนด้วยพริกน้ำส้ม

ใครชอบกินเมนูก๋วยเตี๋ยว ลองจับมาทำอาหารมุสลิมสักมื้อไหมคะ วิธีทำรอเยาะกาปง หรือโรจะก์ รูจะก์ หน้าตาคล้ายยำสลัดไทย แต่ใส่เส้นหมี่ขาวลงไปเพิ่ม มาพร้อมกับเครื่องเคราต่าง ๆ ทีเด็ดคือ น้ำราดรอเยาะใส่ถั่วคั่วกลิ่นหอม ลองทำกันดูนะคะ

รอเยาะกาปง อาหารพื้นบ้านมุสลิม จ.ปัตตานี ที่มีลักษณะคล้าย “เต้าคั่ว” ทำกินเป็นครั้งแรกได้รับการยืนยันจากสมาชิกในบ้านว่า “อร่อยจริง”

ชวนทำเมนูยำตำรับมุสลิมนั่นคือ เมนูรอเยาะกาปง สูตรอาหารอาเซียนคล้ายกับเมนูเต้าคั่วหรือสลัดทะเลสาบตำรับใต้ แต่ไม่ใส่หูหมูกับหมูต้ม รสชาติออกหวานเค็มจากน้ำรอเยาะ ตัดเลี่ยนด้วยพริกน้ำส้ม

ใครชอบกินเมนูก๋วยเตี๋ยว ลองจับมาทำอาหารมุสลิมสักมื้อไหมคะ วิธีทำรอเยาะกาปง หรือโรจะก์ รูจะก์ หน้าตาคล้ายยำสลัดไทย แต่ใส่เส้นหมี่ขาวลงไปเพิ่ม มาพร้อมกับเครื่องเคราต่าง ๆ ทีเด็ดคือ น้ำราดรอเยาะใส่ถั่วคั่วกลิ่นหอม ลองทำกันดูนะคะ

รอเยาะกาปง อาหารพื้นบ้านมุสลิม จ.ปัตตานี ที่มีลักษณะคล้าย “เต้าคั่ว” ทำกินเป็นครั้งแรกได้รับการยืนยันจากสมาชิกในบ้านว่า “อร่อยจริง”

ส่วนผสม รอเยาะกาปง
• น้ำตาลแว่น (ไม่มีใช้น้ำตาลปี๊บก็ได้)
• น้ำเปล่า
• เกลือ
• ถั่วลิสงคั่ว
• เต้าหู้
• แป้งทอดกรอบ
• น้ำเย็นจัด
• น้ำปูนใส
• พริกไทย
• กุ้ง
• ไข่ต้มยางมะตูม
• แตงกวาซอย
• ถั่วงอกลวก
• ผักกาดหอมซอย
• เส้นหมี่ลวก
• พริกจินดา
• น้ำส้มสายชู

วิธีทำรอเยาะกาปง

• ทำน้ำราดรอเยาะโดยผสมน้ำ น้ำตาลแว่น และเกลือเล็กน้อยให้เข้ากัน นำไปเคี่ยวให้พอข้น ไม่ให้เหนียวมาก ยกลงจากเตา พักไว้
• โขลกถั่วลิสงคั่วให้พอแหลก ใส่ลงไปใน (ข้อ 1) คนให้เข้ากัน ตักใส่ถ้วยเตรียมไว้

• เต้าหู้นำไปทอดให้สุกเหลือง หั่นเป็นชิ้นเตรียมไว้

• ผสมแป้งทอดกรอบ น้ำเย็นจัด น้ำปูนใส เกลือ และพริกไทยเล็กน้อย คนให้เข้ากัน ใส่กุ้งลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน นำไปทอดในน้ำมันที่ร้อนกำลังดี ไม่ร้อนจัดจนเกินไป พักไว้ให้เย็นตัวแล้วหั่นเป็นชิ้น

• เอาไข่เป็ดใส่หม้อเติมน้ำให้พอท่วมไข่ ใส่เกลือ เปิดไฟต้ม จับเวลา 9 นาที 30 วินาที ตักแช่ในน้ำเย็นจัด ปอกเปลือกผ่าไข่ด้วยเส้นด้ายจ้า

• แตงกวาซอย ถั่วงอกลวก ผักกาดซอย


รอเยาะกาปง เมนูอาหาร พื้นบ้านมุสลิมเครื่องแน่นอร่อยหวาน ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/เมนูอาหาร/

12
BMW Thailandซึ่งล่าสุด ได้มีข่าวลือมาจากเกาหลีใต้ว่า Samsung กำลังวางแผนพัฒนาสมาร์ทโฟนแบบพับอยู่ และบริษัท กำลังจะพัฒนาในเรื่องของจอแสดงผลที่สามารถพับได้ เร่งพัฒนาในแล้วเสร็ภายในเดือนมีนาคม และจะมีแผงผลิตในเดือนกันยายน แล้วการผลิตมวลของผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย น่าจะเริ่มภายในเดือนพฤศจิกายน

สมาร์ทโฟนผับเก็บได้ตัวนี้คาดว่าจะมีหน้าจอ OLED ขนาด 7.3 นิ้วพับเก็บได้ซึ่งจะทำหน้าที่ได้ทั้ง 2 แบบคือ ใช้เป็นแท็บเลทได้และเวลาผับจะถูกใช้งานในโหมดสมาร์ทโฟนได้นั้นเอง

สำหรับคอนเซ็ปต์ก่อนหน้านี้ที่ทาง Samsung ได้ออกมานั้น ถูกใช้ชื่อว่า Samsung Galaxy X

ซัมซุง มือถือพับได้

สำหรับ มือถือหน้าจอพับได้ จากซัมซุงนั้น เคยตกเป็นข่าวมาเมื่อหลายปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีวี่แววว่า มือถือสุดล้ำรุ่นนี้ จะเปิดตัวเมื่อใด ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ มีรายงานว่า มือถือจอพับได้ รุ่นต้นแบบ ที่คาดว่าจะใช้ชื่อ Samsung Galaxy X จะเผยโฉมอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปีนี้ และล่าสุด ได้มีการเผยคลิปคอนเซปท์ Samsung Galaxy X ออกมาให้ชมกัน สวยงามและน่าใช้มากเลยทีเดียว

ซัมซุง มือถือพับได้

คอนเซปท์ Samsung Galaxy X นี้ ออกแบบโดย Techconfigurations รูปลักษณ์หน้าตา ก็เหมือนกับสมาร์ทโฟนทั่ว ๆ ไป แต่เมื่อกางออก จะกลายเป็นแท็บเล็ตได้เลยทันที โดยคอนเซปท์ Samsung Galaxy X นี้ จะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด QHD ซึ่งมีความหนาของตัวเครื่องอยู่ที่ 7.5 มม. แต่เมื่อกางออก จะเปลี่ยนเป็นแท็บเล็ตขนาดกระทัดลัด ซึ่งจะมีขนาดหน้าจออยู่ที่ 7 นิ้ว ความละเอียดระดับ 4K และความบางเพียง 3.25 มม.เท่านั้น

สเปคของคอนเซปท์ Samsung Galaxy X มีดังนี้
– หน้าจอปกติขนาด 5 นิ้ว ความละเอียดระดับ QHD เมื่อกางออก จะมีขนาด 7 นิ้ว ความละเอียดระดับ 4K
– ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 835
– หน่วยประมวลผลภาพกราฟิก Adreno 540
– หน่วยความจำ RAM ขนาด 6 GB หรือ 8 GB
– หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง ขนาด 64 GB หรือ 128 GB
– กล้องด้านหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์สแกนม่านตา (Iris Scanner)
– กล้องด้านหลัง ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นแบบ OIS และระบบโฟกัสภาพแบบ PDAF
– กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68
– พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB-C
– รองรับการชาร์จแบบไร้สาย

คาดการณ์ว่าอนาคตอาจจะมีปรับเปลี่ยนเรื่องของสเปคให้ดีกว่านี้ หรืออาจจะมีหลายขนาดออกมาให้รองรับกับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการหลากหลายประเภท


มีลุ้น! ซัมซุง อาจเปิดตัว สมาร์ทโฟน พับเก็บได้เร็วๆ นี้ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.potatotechs.com/สมาร์ทโฟน/

13
 สำหรับบทความนี้ TechXcite หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยให้มือใหม่ที่อยากเล่นกล้อง DSLR ได้อ่าน และได้ข้อคิดก่อนตัดสินใจซื้อกล้อง DSLR สักตัว สำหรับผู้ที่มองหากล้อง DSLR อยู่ คงอยากรู้ว่าจะต้องเลือกกล้องรุ่นไหน ยังไง ซื้อตัวไหนดีระหว่าง….กับ….. ซึ่งคำถามเหล่านี้จะผุดขึ้นในหัวทุกครั้งของมือใหม่ที่กำลังลังเลและมองหากล้อง DSLR ดีๆสักตัวไว้ใช้งาน

นี่คือคำแนะนำในการคิดเลือกซื้อกล้อง DSLR ที่ TechXcite อยากจะแนะนำ เพราะไม่สามารถอธิบายเฉพาะเจาะจงเป็นยี่ห้อหรือรุ่นได้หมด และไม่สามารถฟันธงได้ว่ายี่ห้อไหนดีกว่ายี่ห้อไหนได้ ซึ่งหลายท่านเองมักจะมีคำถามคล้ายๆกันว่า Canon หรือ Nikon ดีกว่ากัน เป็นต้น (จริงๆแล้วยังมีอีกหลายยี่ห้อ เช่น Sony Pentax)

1. ถามตัวเองก่อนว่า พร้อมจะใช้ DSLR หรือยัง เพราะหากคุณเป็นมือใหม่จริงๆที่ไม่เคยจับกล้อง DSLR และไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเรื่องถ่ายภาพ ขอแนะนำว่าไม่ควรใช้ DSLR แม้กล้อง DSLR จะช่วยให้ได้ภาพสวยมากๆก็จริง แต่ความสวยนั้นต้องแลกมาด้วยราคาและที่สำคัญ “ไม่ง่ายอย่างที่คิด” แน่นอนว่าคุณต้องเสียเงินเพื่อแลกกับสารพัดเลนส์ที่ช่วยให้เก็บภาพได้ตามที่ต้องการ เลนส์มาโครสำหรับถ่ายแมลง ถ่ายดอกไม้ ราคาไม่ต่ำกว่าหมื่น หากอยากถ่ายวิวกว้างๆ ต้องซื้อเลนส์มุมกว้างซึ่งราคากว่า2หมื่น ยังไม่นับอุปกรณ์เสริมอื่นๆ เช่น แฟลช กระเป๋า เมมโมรี่การ์ด แถมคุณยังต้องมางงกับสารพัดเมนูที่กล้อง DSLR อาจทำให้กลายเป็นกล้องที่ถ่ายแล้วไม่สวยก็เป็นได้ ดังนั้นถามตัวเองว่าพร้อมแล้วใช่ไหมสำหรับการเล่นกล้อง DSLR หากคุณพร้อมแล้วที่จะใช้กล้อง DSLR และเป็นมือใหม่ที่พร้อมเรียนรู้ อ่านข้อต่อไปได้เลย

2. เตรียมงบประมาณ เมื่อพร้อมแล้วที่จะเอาดีและรักการถ่ายภาพจริงๆ หรือมีเงินเหลือใช้แล้วอยากได้กล้อง DSLR ไว้สะพายสักตัว ขอให้คุณเตรียมงบไว้เลยว่ามีงบเท่าไรที่จะลงทุนซื้อกล้อง DSLR สักตัว แต่ที่แน่ๆถ้าเป็นของใหม่ออกห้างแน่นอนว่าไม่ต่ำกว่า 2 หมื่น (ซึ่งมือใหม่น้อยคนนักที่จะกล้าไปซื้อมือสองมาใช้) ดังนั้นเตรียมเงินในกระเป๋าไว้เลย และที่จะแนะนำต่อไปคือ เตรียมแค่ 2 หมื่น อาจจะไม่เพียงพอสำหรับโครงการกล้องตัวแรก เพราะคุณจะต้องซื้อฟิลเตอร์ ซื้อกระเป๋ากล้องมาอีกต่างหาก (ร้านค้าส่วนใหญ่ จะแถมฟิล์มกันรอย เมมโมรี่การ์ด ชุดทำความสะอาด หรือแม้แต่ขาตั้งกล้องที่ใช้จริงไม่ได้มาให้) เจียดงบส่วนต่างไว้อีกสัก 1000 บาทขึ้นไปสำหรับอุปกรณ์เสริมเหล่านี้ด้วย สุดท้ายคือของดีย่อมมาพร้อมกับราคาที่แพงกว่า ขึ้นอยู่กับว่าซื้อมาแล้วได้ใช้เต็มประสิทธิภาพหรือเปล่า

3. เลือกรุ่นตามงบประมาณที่ได้กำหนดไว้ กำตังค์ไว้ให้ดีแล้วจัดการหาข้อมูลว่ามีกล้องรุ่นใดบ้างที่อยู่ในงบประมาณที่วางไว้ จะซื้อเลนส์หรืออุปกรณ์เสริมอื่นด้วยหรือเปล่า (แต่มือใหม่ส่วนใหญ่มักจะมองหาแค่กล้องกับเลนส์คิทสักตัวก็บอกว่าพอแล้ว) แหล่งข้อมูลในปัจจุบันมีทั้ง อินเทอร์เน็ต นิตยสาร โบรชัวร์ เพื่อนๆรอบข้างที่พอมีความรู้หรือลองไปดูที่ร้านเลยก็ได้ จากนั้นจัดการรวบรวมรุ่นที่อยู่ในงบประมาณมาลองดูว่ามีรุ่นไหนบ้าง เช่นงบซื้อเฉพาะบอดี้กล้องไม่เกิน 30,000 บาท ลองดูว่ามีรุ่นไหนที่ราคาไม่เกินงบในกระเป๋าแล้วจดออกมา


มือใหม่อยากซื้อกล้อง DSLR อ่านตรงนี้เลย !! TechXcite มีเทคนิคการเลือกซื้อกล้อง DSLR ให้อ่านดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.plawharn.com/category/it/

14
สารชีวภาพจากจุลินทรีย์คัดสายพันธ์พิเศษผสานกับสารประกอบชีวภาพอื่น ที่สามารถลดปริมาณธาตุหรือสารอาหารที่เร่งการบลูมของสาหร่ายและสารที่ยับยั้งการเจริญของเซลล์สาหร่าย ปรับคุณสมบัติของแหล่งน้ำไม่ให้เหมาะสมกับการเจริญของสาหร่าย จึงเป็นการควบคุมสาหร่ายโดยวิธีชีวภาพ ที่สร้างสมดุลให้กับสระน้ำและไม่ทำลายสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นในแหล่งน้ำ

“ไมแอค” ถูกออกแบบมาให้สามารถแก้ปัญหาน้ำเสียโดยใช้หลักและวิธีการที่สำคัญ 2 ข้อ คือ หนึ่งเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เราได้ทำการศึกษาและวิจัยจนค้นพบ วิธีการทำลายสาหร่ายพวกนี้ด้วยวิธีการทางชีวภาพ โดยใช้สิ่งมีชีวิตจากธรรมชาติเป็นตัวกำจัด อีกข้อหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของการออกแบบและผลิต “ไมแอค” คือ ส่วนประกอบทั้งหมดของไมแอคจะมีแต่สารชีวภาพ โดยองค์ประกอบหลักที่สำคัญก็คือ จุลินทรีย์ที่ผ่านการคัดสายพันธุ์มาแล้วอย่างดีที่สุด โดยใช้นาโนเทคโนโลยี

คุณสมบัติ
เอนไซม์ , สารเร่งปฏิกิริยา ,สารรักษาคุณภาพผลิตภัณฑ์ มีความเฉพาะเจาะจง ในการนำไปแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น แก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย แก้ไขปัญหาสาหร่ายบลูม
สารชีวภาพและสารเร่งปฏิกิริยาใน “ไมแอค” มีคุณสมบัติเป็นสารสะเทิน ซึ่งประกอบทั้งประจุบวกและประจุลบ ทำให้สามารถควบคุมความเป็นกรด – ด่าง ให้สมดุลได้

จุลินทรีย์ใน “ไมแอค” สร้างสาร Anti-Algae ซึ่งสามารถทำลายเซลล์ผิวนอกของสาหร่าย ทำให้สาหร่ายตาย

จุลินทรีย์ใน “ไมแอค” สามารถย่อยสลาย และกำจัดไนโตรเจน ซัลไฟด์ ได้ดี โดยใช้ไนโตรเจนหรือ ซัลเฟอร์เป็นแหล่งให้พลังงาน แทนออกซิเจน จึงเป็นการลดสารเร่งการเติบโตของสาหร่ายโดยตรง



กำจัดสาหร่าย ควบคุมสาหร่าย ป้องกันสาหร่ายบลูม ปรับน้ำให้ใส ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/กำจัดสาหร่าย/

15
ด้วยการหันมาทำผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใช้เอง แถมยังมั่นใจได้ว่าไม่มีสารเคมีตกค้างให้ต้องกังวลใจ วันนี้ รับรองเลยว่าปลอดภัย เพราะมาจากธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ แถมยังได้ผลดีเยี่ยมเทียบเท่าผลิตภัณฑ์ที่วางขายตามท้องตลาดอีกด้วย อย่าช้า ! รีบไปหาปากกากับกระดาษมาจดกันเลย

1. ผงซักฟอกเพิ่มพลังขจัดคราบ

คงไม่มีใครอยากจะใส่เสื้อผ้าเลอะคราบซ้ำ ๆ แน่นอน ดังนั้นเจ้าผงซักฟอกเลยกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเราไปแล้ว แต่ที่วางขายตามท้องตลาดก็มีฤทธิ์แรงชนิดคราบตายเนื้อผ้าก็หายไปด้วย ถ้าอย่างนั้นเรามาผสมผงซักฟอกใช้เองดีกว่า เริ่มจากเทเบกกิ้งโซดา 2 ถ้วยตวงลงในอ่างผสม ตามด้วยไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ ¼ ถ้วย และกลิ่นหอมสกัดตามใจชอบ จากนั้นใช้ส้อมคนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน จนเนียนไม่มีก้อนเบกกิ้งโซดาหลงเหลืออยู่อีก แล้วนำมาบรรจุใส่ขวดโหลเก็บไว้ใช้

2. ก้อนดับกลิ่นอับในรูท่อน้ำทิ้ง

รู้ไหมว่าท่อน้ำทิ้งแท้จริงไม่ต่างจากถังขยะ เวลาที่เราล้างจานเศษอาหารเน่าเสียก็ต้องไหลผ่านท่อนั้นทุกครั้ง นานวันก็ส่งกลิ่นอับที่ดับยาก ให้นำเบกกิ้งโซดา ¾ ถ้วยมาผสมกับเกลือ ½ ถ้วย น้ำยาล้างจาน ½ ช้อนชา และมะนาวอีก 1 ผล ใช้ส้อมคนส่วนผสมให้ทุกอย่างเข้ากันดี แล้วใช้ช้อนตักขึ้นมาวางบนถาดที่มีกระดาษรองให้เป็นก้อน ตั้งทิ้งไว้ 1 คืน พอแข็งตัวก็เก็บใส่โหล เมื่อได้กลิ่นตุ ๆ จากท่อน้ำให้รีบนำมาวางตรงรูท่อทันที

3. ผงทำความสะอาดพรม

ลงทุนซื้อพรมราคาแพงเพื่อรับแขกที่มาเยี่ยมบ้าน กลับต้องเพลี่ยงพล้ำเสียท่าให้เชื้อโรคเพราะสิ่งสกปรกทั้งหลาย ถ้าไม่อยากให้เป็นดังนั้น ก็ต้องปั่นส่วนผสมระหว่าง เบกกิ้งโซดา 2 ถ้วย แป้งข้าวโพด ½ ถ้วย ผงเมล็ดข้าวโพดบด ½ ถ้วย ใบกระวาน 4 ใบ กานพลู 1 ก้าน ปั่นให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นเทใส่ขวดที่มีฝาปิดเป็นรู แล้วนำเขย่าโปรยที่พรมให้ทั่ว เพื่อไล่กลิ่นเหม็นและฆ่าเชื้อไปในตัว


น้ำยาทำความสะอาด ผงซักฟอกเพิ่มพลังขจัดคราบ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/น้ำยาทำความสะอาด/

หน้า: [1] 2 3 ... 10